ข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้งาน AMS Lite
https://wiki.bambulab.com/en/ams-lite/manual/intro-ams-อธิบายภาพรวมของ AMS lite ว่าประกอบด้วยโมดูลอะไรบ้าง ทำงานร่วมกับเครื่องพิมพ์ 3 มิติอย่างไร และมีฟังก์ชันสำคัญอะไรที่ผู้ใช้ควรรู้ก่อนใช้งาน โดยเนื้อหาจะเน้นให้เข้าใจระบบป้อนเส้น Filament, การอ่านข้อมูล RFID, การกำหนดข้อมูล Filament, การจับคู่สีอัตโนมัติ, ระบบตรวจจับเส้นหมด และ Workflow หลักของ AMS lite

ภาพด้านล่างแสดงสัดส่วนและขนาดโดยรวมของ AMS lite ซึ่งช่วยให้ประเมินพื้นที่ติดตั้งและตำแหน่งการวางเครื่องก่อนใช้งานได้ง่ายขึ้น

ภาพรวมของ AMS lite
AMS ย่อมาจาก Automated Material System เป็นระบบจัดการวัสดุที่ทำงานร่วมกับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เพื่อช่วยให้การพิมพ์หลายสีหรือหลายวัสดุทำได้แบบอัตโนมัติมากขึ้น ส่วน AMS lite เป็นหนึ่งในระบบ AMS ของ Bambu Lab ที่ออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับเครื่องกลุ่ม A1 Series โดยโครงสร้างของระบบจะประกอบด้วยชุดป้อนเส้นฝั่ง AMS lite และชุดป้อนเส้นฝั่ง Toolhead ของเครื่องพิมพ์
หัวข้อ | รายละเอียดที่ควรรู้ |
|---|---|
จำนวนสีที่รองรับ | A1 Series ต่อ AMS lite ได้ 1 ชุด จึงรองรับการพิมพ์สูงสุด 4 สี |
รุ่นเครื่องที่ไม่รองรับ | AMS lite ไม่เหมาะกับการใช้งานร่วมกับ X1 / P1 / X2 / P2 / H Series |
ระบบป้อนเส้น | แบ่งเป็นฝั่ง AMS lite และฝั่ง Toolhead |
การจัดวางม้วนเส้น | ควรวางม้วนที่หนักกว่าไว้ช่องล่างเพื่อให้จุดศูนย์ถ่วงมั่นคงกว่า |
ระยะป้อนเส้นสูงสุด | Feeder มีระยะป้อนสูงสุด 1.2 เมตร จึงต้องระวังเมื่อเปลี่ยน PTFE tube ให้ยาวขึ้น |
ข้อควรระวังก่อนใช้งาน
ก่อนเริ่มใช้งาน AMS lite ควรตรวจสอบความเข้ากันได้ของเครื่อง ตำแหน่งการวาง AMS lite และความยาวของ PTFE tube ให้ถูกต้อง เพราะตำแหน่งการติดตั้งที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้แรงต้านในการป้อนเส้นสูงขึ้น และนำไปสู่ปัญหาการป้อน Filament ได้
PTFE tube ของ AMS lite มีความยาวต่างกันตามช่อง โดยช่อง 1 และช่อง 2 ใช้ความยาวมาตรฐาน 580 mm ส่วนช่อง 3 และช่อง 4 ใช้ความยาวมาตรฐาน 700 mm ควรติดตั้งให้ตรงตำแหน่ง เพื่อป้องกันการสลับท่อหรือการจัดแนวท่อที่ไม่ถูกต้อง
การใสท่อไม่ถูกช่อง อาจจะทำให้เกิดอาการเส้นติด ดันไปไม่ถึงหัว และทำให้เครื่องหยุด แจ้งเตือน ระหว่างปริ้น รวมไปถึง ทำให้งานปริ้นเสียระหว่างทางได้

ควรวาง AMS lite ใกล้กับเครื่องในระยะที่เหมาะสม โดยระยะที่แนะนำคือประมาณ 50 mm ตามภาพด้านบน หากวาง AMS lite ไกลเกินไป หรือทำให้ PTFE tube โค้งงอมากเกินไป แรงต้านในการป้อนเส้นจะสูงขึ้น และอาจทำให้ป้อนเส้นไม่สำเร็จได้
ภาพด้านล่าง แสดงถึงการวาง AMS Lite ห่างจากตัวเครื่องมากกเกินไป ทำให้ท่อมีการหักงอ ทำให้ไม่สามารถป้อนเส้นเข้าไปที่หัวฉีดได้ เพราะจะติดอยู่ที่ช่วงโค้งที่หักงอมากกเกินไป

ไม่ควรวาง AMS lite ไกลจากเครื่องจน PTFE tube โค้งมากเกินไป และหากต้องเปลี่ยน PTFE tube ให้ยาวขึ้น ควรคำนึงถึงระยะป้อนสูงสุดของ Feeder ที่ 1.2 m ด้วย
เมื่อวางม้วน Filament บน AMS lite ควรคำนึงถึงน้ำหนักของม้วนในแต่ละช่องด้วย หากม้วนมีน้ำหนักมาก แนะนำให้วางไว้ช่องด้านล่าง เช่น ช่อง 2 และช่อง 3 จะช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำลงและลดโอกาสที่ชุด AMS lite จะเสียสมดุลระหว่างพิมพ์
ระบบป้อนเส้นของ AMS lite
ระบบป้อนเส้นจาก AMS lite ไปยังเครื่องพิมพ์แบ่งได้เป็น 2 ส่วนหลัก คือฝั่ง AMS lite และฝั่ง Toolhead โดยฝั่ง AMS lite ประกอบด้วย First stage feeder และ Rotary Spool Holder ในแต่ละช่อง ส่วนฝั่ง Toolhead ประกอบด้วย Filament tangle detection module , Extruder และ Hotend


First Stage Feeder
ใน AMS lite แต่ละช่องจะมี Feeder สำหรับป้อน Filament เข้าและดึง Filament ออกจาก Toolhead ภายใน Feeder จะมี Filament detection sensor สำหรับตรวจว่ามีเส้น Filament อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการหรือไม่

Feeder แต่ละตัวมี Odometer พร้อมล้อหมุนแบบ Passive wheel เมื่อล้อถูกเส้น Filament หนีบและหมุนร่วมกับเฟือง ระบบจะใช้การหมุนนี้เพื่อตรวจสอบว่า Filament ถูกส่งออกจาก AMS lite แล้วหรือไม่ และช่วยคำนวณความยาวของเส้นที่ถูกป้อนออกไป

นอกจากนี้ Feeder ยังมี Speed sensor อยู่บริเวณฐานของ DC motor โดยระบบจะเปรียบเทียบความเร็วของมอเตอร์กับความเร็วที่วัดจาก Odometer หากค่าทั้งสองต่างกันมาก ระบบสามารถใช้ข้อมูลนี้ช่วยตรวจจับความเป็นไปได้ที่ Filament จะลื่นระหว่างป้อนเส้น

Rotary Spool Holder
AMS lite แต่ละช่องมี Rotary Spool Holder สำหรับวางม้วน Filament ตัว Holder สามารถหมุนอัตโนมัติได้ในมุมหนึ่ง เมื่อมีการ Unload Filament ออกจาก Extruder Feeder จะดึงเส้นกลับ และ Rotary Spool Holder จะหมุนเล็กน้อยเพื่อช่วยให้เส้นบนม้วนตึงขึ้นและไม่หย่อนเกินไป

Rotary Spool Holder สามารถหมุนกลับอัตโนมัติได้สูงสุดประมาณ 150° ดังนั้นระบบนี้ช่วยเก็บเส้นที่หย่อนเล็กน้อยได้ แต่ไม่สามารถม้วนกลับ Filament ที่ถูกดึงออกมายาวมากได้ทั้งหมด

Filament Tangle Detection Module
ด้านบนของ Toolhead จะมีชุดตรวจจับ Filament พันกัน ซึ่งประกอบด้วย Filament Hub และ Feed bracket โดย PTFE tube จากทั้ง 4 ช่องของ AMS lite จะเชื่อมเข้ากับ Filament Hub เพื่อรวมเส้นเข้ามายัง Toolhead ส่วนด้านข้างของ Feed bracket จะมีบอร์ดขนาดเล็ก ภายในมีสปริง และใต้ Filament Hub มีแม่เหล็ก เมื่อประกอบเข้าด้วยกันจะทำหน้าที่เป็นโมดูลตรวจจับแรงต้านของ Filament

หากแรงต้านในการป้อนเส้นสูงเกินไป โมดูลนี้จะถูกกดลง ทำให้แม่เหล็กเข้าใกล้ Hall sensor และทริกเกอร์การแจ้งเตือนเกี่ยวกับ Filament tangle หรือแรงต้านในการป้อนเส้นที่ผิดปกติ
การที่เส้นพันกันในม้วนส่วนใหญ่เกินจาก การเก็บเส้นหลังเลิกใช้งาน ไม่ถูกต้อง คือปล่อยปลายเส้น ให้ลอยๆ ทำให้ปลายเส้นอาจจะมุดลงไปทับกัน เวลาดึงมาใช้ เส้นเลยทับกัน

ฟังก์ชันหลักของ AMS lite
AMS lite ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงที่วางม้วน Filament แต่ยังมีฟังก์ชันที่ช่วยให้การใช้งานหลายสีสะดวกขึ้น เช่น Pre-loading, การอ่าน RFID, การกำหนดข้อมูล Filament เอง, การจับคู่สีอัตโนมัติ และการสลับไปใช้ Filament สำรองเมื่อเส้นหมดในเงื่อนไขที่รองรับ
Pre-loading
เมื่อ AMS lite อยู่ในสถานะ Idle และผู้ใช้สอด Filament เข้าไปใน Feeder ระบบจะป้อน Filament เข้าไปใน PTFE tube ประมาณ 40 cm ขั้นตอนนี้เรียกว่า Pre-loading เพื่อเตรียมเส้นให้พร้อมสำหรับการโหลดเข้า Toolhead ในขั้นตอนถัดไป

การอ่าน RFID
แต่ละช่องของ AMS lite มี RFID coil ประจำช่อง เมื่อวางม้วน Filament ลงบน Rotary Spool Holder และสอด Filament เข้าไป ระบบจะสามารถอ่านข้อมูลของม้วนได้ โดยฟังก์ชันอ่าน RFID จะเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นเมื่อมีการสอด Filament และไม่สามารถปิดได้

หน้าจอหรือซอฟต์แวร์จะแสดงข้อมูลที่อ่านได้จาก RFID เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบชนิด สี หรือข้อมูลอื่นของ Filament ได้สะดวกขึ้น

การกำหนดข้อมูล Filament เอง
หากใช้ Filament ของผู้ผลิตรายอื่นที่ไม่ใช่ของ Bambu Lab ผู้ใช้สามารถแก้ไขข้อมูลของ Filament เองได้ เช่น ชนิดวัสดุ สี และค่าที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์ เพื่อให้ระบบใช้ข้อมูลนั้นในการจัดการงานพิมพ์ได้ถูกต้องมากขึ้น
ถ้าใช้เส้นยี่ห้ออื่น แนะนำให้ตั้งค่าชนิด เส้นและสีให้ถูกต้อง เพราะจะช่วยให้การใช้งานเครื่องทำได้ง่ายขึ้น และลดข้อผิดพลาดในการเลือกเส้นผิด เพราะเส้นที่ระบุในเครื่อง สามารถที่จะ Sync ข้อมูล เข้ากับโปรแกรม Bambu Studio และ App Bambu Handy ได้
ยี่ห้อเส้น ไม่ได้ซีเรียส ถ้าเลือกยี่ห้อผิด แต่ชนิดเส้นถูก เครื่องก็ยังพิมพ์งานออกมาได้ แต่ถ้าเลือกชนิดเส้นผิด อาจจะทำให้หัวฉีดตัน หรือทำให้งานปริ้นเสียได้ เพราะอุณหภูมิความร้อนที่ใช้ในการพิมพ์ไม่เหมาะสมกับเส้น ถ้าเครื่องไม่มียี่ห้อเส้นให้เลือก แนะนำให้เลือกเป็นยี่ห้อ Generic ไว้ก่อน

Automatic Mapping Function
เมื่อส่งงานพิมพ์หลายสีจาก Slicer ระบบจะพยายามจับคู่สีของโมเดลกับ Filament ที่ใกล้เคียงที่สุดในช่องของ AMS lite โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งหรือเลือก Filament ในหน้าต่าง Mapping ได้เองหากต้องการควบคุมการจับคู่สีให้ตรงกับงานพิมพ์มากขึ้น

Filament Run-out Detection และ Filament Backup
เมื่อใช้งาน AMS lite ระบบยังคงมีการตรวจจับ Filament หมด โดยแบ่งสถานการณ์ได้เป็น 3 กรณีหลัก คือการพิมพ์วัสดุเดียว การพิมพ์หลายวัสดุ และฟังก์ชัน AMS filament backup
กรณี | การทำงานของระบบ |
|---|---|
Single material printing | หาก Toolhead ตรวจว่าเส้นหมด ระบบจะตรวจต่อว่า Hall switch ใน Feeder ยังตรวจพบ Filament หรือไม่ ถ้ายังพบ Feeder จะป้อนเส้นต่อไปยัง Extruder โดยไม่แจ้ง Error แต่ถ้า Feeder ไม่พบ Filament แล้ว ระบบจะแจ้งว่า Filament หมดและต้องใส่เส้นใหม่ |
Multi-material printing | หากปลายเส้นช่วงสุดท้ายหลุดจากม้วน และจำเป็นต้องเปลี่ยน Filament ระหว่างพิมพ์ ระบบจะไม่สามารถดึงเส้นกลับได้ จึงจะ Flush เส้นที่เหลือออกก่อน แล้วจึงเปลี่ยนไปใช้ Filament จากช่องอื่นต่อ |
AMS filament backup | AMS lite สามารถสลับไปใช้ม้วนอื่นที่มีคุณสมบัติ Filament เหมือนกันได้อัตโนมัติเมื่อม้วนปัจจุบันหมด โดยคุณสมบัติที่ต้องตรงกัน ได้แก่ Brand, Type, Color และ Nozzle |
ฟังก์ชัน AMS filament backup ต้องเปิดใช้งานจากหน้า AMS settings และต้องใช้ Filament ที่มีคุณสมบัติตรงกันจริง เช่น ช่องแรก ใส่ Generic PLA สีดำ ช่องที่อยากให้ทำ Filament Back Up ก็ต้องระบุเป็น Generic PLA สีดำเหมือนกัน เครื่องถึงจะทำฟีเจอร์ เปลี่ยนเส้นให้เวลาเส้นหมด
Workflow การทำงานของ AMS lite
Workflow หลักของ AMS lite เกี่ยวข้องกับการ Loading, Unloading, การตรวจตำแหน่ง Filament และการทำงานระหว่างพิมพ์ การเข้าใจลำดับเหล่านี้จะช่วยให้วิเคราะห์อาการผิดปกติได้ง่ายขึ้นเมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับการป้อนหรือดึงเส้น
Loading และ Unloading
ระหว่างการ Loading Feeder จะป้อน Filament เข้าสู่ Toolhead และหยุดทำงานหลังจาก Extruder gear จับ Filament ได้ประมาณ 3 mm จากนั้นเมื่อ Extruder เริ่มดึงและ Extrude Filament หาก Odometer wheel ของ Feeder ช่องนั้นหมุนตาม ก็ถือว่าการโหลดและการจับเส้นสำเร็จ

ระหว่างการ Unloading Extruder จะส่ง Filament ออก และ Feeder จะดึง Filament ถอยกลับออกจาก Filament Hub หากเส้นถูกดึงออกจาก Filament Hub ได้สำเร็จ ระบบจะถือว่า Unload สำเร็จ
การตรวจตำแหน่ง Filament
เมื่อผู้ใช้กด Load, Unload หรือเริ่มพิมพ์ หากยังมี Filament อยู่ภายใน Toolhead ระบบจะตรวจตำแหน่งของ Filament ก่อน จุดประสงค์คือเพื่อระบุว่า Filament ที่อยู่ใน Toolhead มาจากช่องใดของ AMS lite หรือมาจาก External spool
ในแต่ละช่องของ AMS lite จะมี Feed sensor เพียงตัวเดียว เมื่อทั้ง 4 ช่องมี Filament อยู่พร้อมกัน ระบบไม่สามารถรู้ได้จาก Sensor อย่างเดียวว่าเส้นที่อยู่ใน Toolhead มาจากช่องใด ตัวอย่างเช่น หากก่อนหน้านี้โหลดเส้นจากช่อง 1 หน้าจอหรือ Bambu Studio จะแสดงว่าเส้นจากช่อง 1 เชื่อมกับ Toolhead แต่ถ้าผู้ใช้ตัดเส้นออกจาก Toolhead แล้วป้อนเส้นจากช่อง 2 เข้าไปเอง หน้าจออาจยังแสดงว่าเป็นช่อง 1 อยู่ จึงจำเป็นต้องตรวจตำแหน่ง Filament ก่อน Load หรือ Unload

หลักการตรวจตำแหน่งคือ หากมี Filament อยู่ใน Toolhead ระบบจะพยายาม Extrude เส้นออกมาเล็กน้อย ถ้า Odometer wheel ของช่องใดหมุน ระบบจะถือว่า Filament มาจากช่องนั้น แต่ถ้า Extrude ไม่ได้ ระบบจะให้แต่ละช่องลองดึงเส้นกลับเล็กน้อย หาก Toolhead sensor ตรวจไม่พบ Filament หลังจากดึงเส้นของช่องใดกลับ ก็จะระบุว่า Filament มาจากช่องนั้น หากทั้งสองวิธีไม่สามารถระบุช่องได้ ระบบจะถือว่า Filament มาจาก External spool หรืออาจเป็นเส้นที่ขาดอยู่ภายในระบบ
ระหว่างการพิมพ์
หลังจาก AMS lite ป้อน Filament ไปถึง Extruder และเริ่มพิมพ์สำเร็จแล้ว ระหว่างพิมพ์จริง Extruder จะเป็นตัวดึง Filament เป็นหลัก ส่วน Feeder motor ของ AMS lite จะไม่ทำงานในช่วงนั้น ดังนั้นมอเตอร์ภายใน Feeder จะไม่หมุน แต่ Odometer wheel ยังสามารถหมุนตามการเคลื่อนที่ของ Filament ได้
ตรวจสอบความเข้าใจก่อนใช้งาน
ก่อนใช้งาน AMS lite ควรตรวจให้แน่ใจว่า AMS lite ถูกวางในระยะที่เหมาะสม PTFE tube ไม่โค้งงอมากเกินไป ม้วน Filament ถูกจัดวางอย่างมั่นคง และข้อมูล Filament ในแต่ละช่องถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้การพิมพ์หลายสีหรือใช้ฟังก์ชัน AMS filament backup
สิ่งที่ควรตรวจ | วิธีตรวจแบบง่าย |
|---|---|
ความเข้ากันได้ของเครื่อง | ใช้กับ A1 Series เท่านั้น |
ระยะวาง AMS lite | วางใกล้เครื่องตามระยะที่แนะนำ และไม่ทำให้ PTFE tube โค้งมากเกินไป |
ความยาว PTFE tube | ช่อง 1และ 2 ใช้ท่อยาว 580 mm ส่วนช่อง 3 แและ 4 ใช้ท่อยาว 700 mm |
น้ำหนักม้วน Filament | วางม้วนที่หนักกว่าไว้ช่องล่างเพื่อความมั่นคง |
ข้อมูล Filament | ตรวจข้อมูล RFID หรือกำหนดข้อมูลเองเมื่อใช้ Filament Third-party |
Filament backup | เปิดใช้งานใน AMS settings และใช้ม้วนที่มีคุณสมบัติตรงกัน |
สรุป
AMS lite เป็นระบบจัดการ Filament สำหรับช่วยงานพิมพ์หลายสีของเครื่องกลุ่ม A1 Series โดยมีทั้ง Feeder, Rotary Spool Holder, ระบบตรวจจับ Filament, การอ่าน RFID, การ Mapping สี และการจัดการกรณี Filament หมด การติดตั้งและจัดวาง AMS lite ให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาแรงต้านใน PTFE tube, การป้อนเส้นไม่สำเร็จ และความสับสนเรื่องตำแหน่ง Filament ระหว่างใช้งาน
หากตรวจตามขั้นตอนแล้วยังพบปัญหาเกี่ยวกับการป้อนเส้น การอ่านข้อมูล Filament หรือการใช้งาน AMS lite ร่วมกับเครื่องพิมพ์ แนะนำให้จดอาการที่พบ พร้อมถ่ายรูปตำแหน่งการวาง AMS lite, เส้นทาง PTFE tube และหน้าจอแจ้งเตือน เพื่อส่งให้ทีมซัพพอร์ตช่วยตรวจสอบต่อได้รวดเร็วขึ้น