1. Home
  2. Knowledge Base
  3. เครื่อง xTool รุ่น F1
  4. โปรแกรม xTool Creative Space กับเครื่อง xTool รุ่น F1
  1. Home
  2. Knowledge Base
  3. โปรแกรม xTool Creative Space
  4. โปรแกรม xTool Creative Space กับเครื่อง xTool รุ่น F1

โปรแกรม xTool Creative Space กับเครื่อง xTool รุ่น F1

สารบัญ

การใช้งานโปรแกรม xTool Creative Space กับเครื่องรุ่น F1 นั้น จะแตกต่างกับเครื่องรุ่นอื่นๆ เพราะเครื่องรุ่นนี้ จะมี Laser จำนวน 2 ตัวในเครื่องเดียว ได้แก่ Laser IR ที่เป็นจุดสีแดง สำหรับแกะสลักโลหะ และพลาสติก ส่วนอีกหัวจะเป็นเลเซอร์ที่น้ำเงิน หรือ Blue Laser เหมาะสำหรับแกะและตัดอโลหะ จำพวกไม้ หนัง พลาสติก

สเปคคอมพิวเตอร์ขั้นต่ำที่แนะนำ

รายการสเปคขั้นต่ำสเปคที่แนะนำ
โปรเซสเซอร์Intel Core i5-6200UIntel Core i5-11600
ระบบปฏิบัติการWin 10 (64 bit) macOS 10.14 หรือใหม่กว่าWin 10 (64 bit) macOS 10.14 หรือใหม่กว่า
แรม8 GB16 GB
ความละเอียดจอ1280 × 720 (pixels)1920 × 1080 (pixels) หรือสูงกว่า
ฮาร์ดไดรฟ์8 GB12 GB

กรณีรูปภาพที่มีขนาดมากกว่า 50,000,000 พิกเซลหรือรูปภาพ SVG ที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 MB โปรแกรม XCS อาจมีอาการกระตุกหรือค้าง ถ้าสเปคอยู่ในค่าที่แนะนำ XCS จะสามารถทำงานได้ราบรื่น เมื่อคุณนำเข้าและแก้ไขภาพที่ไฟล์มีขนาดใหญ่ ซอฟต์แวร์จะใช้เวลาประมวลผลไม่นาน

ดาวน์โหลดและติดตั้ง XCS

1. ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ xTool Creative Space ( ***https://www.xtool.com/pages/software*** ) ให้ตรงกับระบบปฏิบัติการที่คุณใช้งานอยู่

2. ดับเบิลคลิก ซอฟต์แวร์ที่คุณดาวน์โหลดเพื่อเริ่มติดตั้ง

3. คลิก Yes เมื่อระบบถามคุณว่า “Do you want to allow this app to make changes to your device?” จากนั้นทำการติดตั้งต่อไปตามคำแนะนำ

อธิบายเมนูและคำสั่งต่างๆในโปรแกรม

💡 หมายเหตุ: เมื่อคุณใช้ XCS ฟังก์ชันบางอย่างอาจแสดงเป็นสีเทา ซึ่งหมายถึงยังไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากมีเงื่อนไขบางอย่าง ดังนี้:

Smart fill: ฟังก์ชันนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อคุณเชื่อมต่อเครื่องเข้ากับ XCS แล้วเท่านั้น ซึ่งฟังก์ชันนี้จะรองรับเฉพาะเครื่องที่มีกล้อง อย่างเช่นเครื่อง xTool M1 ส่วนเครื่องที่ไม่มีกล้อง อย่าง xTool D series จะไม่มีฟังก์ชันนี้

Align: ฟังก์ชันนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อคุณได้เลือกงานตั้งแต่สองรายการขึ้นไปเท่านั้น

Combine: ฟังก์ชันนี้ใช้ได้เฉพาะกับเวกเตอร์ และสามารถกดใช้ได้หลังจากที่คุณเลือกเวกเตอร์สองรายการขึ้นไปแล้วเท่านั้น

เมนู

1. การตั้งค่า (General)

Unit: ตั้งค่าหน่วยสำหรับแสดงขนาดและตำแหน่งของงาน

Hot keys: คุณสามารถคลิก View เพื่อดูปุ่มลัดทั้งหมดของ XCS

Auto-snapping: เปิดหรือปิดใช้งานฟังก์ชันการสแนปอัตโนมัติของ canvas ฟังก์ชันนี้เปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้น

เมื่อเปิดใช้งาน เส้นบอกแนวจะแสดงขึ้นเมื่อคุณขยับงาน เพื่อช่วยให้คุณจัดตำแหน่งงานได้ง่ายขึ้น

เมื่อปิดใช้งาน จะไม่มีเส้นบอกแนวแสดงขึ้นเมื่อคุณขยับงาน

Precise vector path selection: ฟังก์ชันนี้จะไม่ได้ถูกเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้น

ตอนปิดการใช้งานฟังก์ชันนี้ คุณสามารถเลือกเส้นทางเวกเตอร์ได้โดยคลิกที่กล่อง(Selection box) อย่างไรก็ตาม กล่องของเส้นทางเวกเตอร์ที่มีจำนวนเยอะ อาจทับซ้อนกัน ทำให้ยากต่อการเลือกเส้นทางเวกเตอร์ที่ต้องการได้

ดังแสดงในรูปด้านล่างนี้ เป็นการยากมากที่จะเลือกเส้นสีม่วง เนื่องจากมีกล่องอื่นบังอยู่

แต่ถ้าเปิดใช้งานฟังก์ชันนี้ แต่ละเวกเตอร์จะไม่มีกล่อง ดังนั้นคุณจะต้องเลื่อนตัวชี้เมาส์ไปใกล้กับเส้นเวกเตอร์เพื่อเลือก คราวนี้คุณก็จะสามารถเลือกเส้นทางเวกเตอร์ได้โดยไม่มีกล่องรบกวน ดังรูปด้านล่าง คุณสามารถเลือกเส้นได้โดยเลื่อนตัวชี้เมาส์ไปใกล้กับเส้นนั้นแล้วคลิก

Precise DXF file parsing: ตั้งค่าได้ว่าจะประมวลผลไฟล์ DXF ด้วยอัลกอริธึมใหม่หรือไม่ อัลกอริธึมใหม่จะช่วยแปลไฟล์งานให้ออกมาดีขึ้น โดยที่เส้นไม่ขาดหรือเสียรูป ทำให้ใช้หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์มากขึ้น โดยฟังก์ชั่นนี้จะถูกปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้น เราแนะนำว่าคุณอย่าเพิ่งเปิดใช้งานฟังก์ชันนี้ถ้าไฟล์ DXF ของคุณสามารถทำงานได้ปกติดีอยู่แล้ว

Imported image too large for the canvas: กำหนดเงื่อนไขนำเข้าภาพที่มีขนาดใหญ่ โดยมีตัวเลือกดังต่อไปนี้:

Ask me every time: โปรแกรม XCS จะถามคุณทุกครั้งตอนคุณนำเข้ารูปภาพที่มีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับ canvas

Auto-scale it: โปรแกรม XCS จะปรับขนาดรูปภาพที่มีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับ canvas ให้โดยอัตโนมัติตอนคุณนำเข้า

Keep its size: โปรแกรม XCS จะแสดงรูปภาพที่มีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับ canvas ในขนาดดั้งเดิมตอนคุณนำเข้า

Language: ตั้งค่าภาษาของโปรแกรม (ยังไม่มีภาษาไทย)

Custom parameter settings: ช่วยให้คุณสามารถส่งออกการตั้งค่าพารามิเตอร์การทำงานที่คุณใช้ก่อนหน้าหรือนำเข้าการตั้งค่าพารามิเตอร์เข้ามาใน XCS จากดิสก์ภายในเครื่อง

Software update: แสดงเวอร์ชันซอฟต์แวร์และตรวจสอบเวอร์ชันที่ใหม่กว่า

About: แสดงข้อมูลเกี่ยวกับซอฟต์แวร์

Developer mode โหมดสำหรับนักพัฒนา เอาไว้สำหรับเช็คการทำงานของเครื่อง

บังคับอัปเดตเฟิร์มแวร์: คลิก Start เพื่อเริ่มฟังก์ชันอัปเกรดเฟิร์มแวร์ แต่ในตอนนี้ ฟังก์ชั่นอัปเดตเฟิร์มแวร์จะรองรับแค่ xTool D1 และ xTool D1 Pro

2. ไฟล์ (File)

New : สร้างโปรเจคใหม่

Open project: เปิดไฟล์โปรเจคในเครื่อง (รองรับไฟล์ .xcs เท่านั้น)

Import image: นำเข้าไฟล์รูปภาพ (รองรับไฟล์ .jpg/.jpeg/.gif/.png/.bmp/.svg/.dxf เท่านั้น)

Save: บันทึกการเปลี่ยนแปลงที่ทำมาทั้งหมด

Save as: บันทึกโปรเจคแยกอีกไฟล์

ชื่อโปรเจค

บริเวณนี้จะแสดงชื่อโครงการหรือโปรเจคปัจจุบันที่เปิดอยู่ สามารถเปลี่ยนชื่อได้โดยกดดับเบิลคลิก

ลิงค์

Announcement: ลิงก์ไปยังหน้าต่างประกาศของโปรแกรม XCS ซึ่งคุณจะพบกับประกาศล่าสุด

Community: ลิงก์ไปยังชุมชน XCS ซึ่งคุณสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ XCS ได้ อีกทั้งยังแบ่งปันโปรเจคของคุณ พูดคุยกับผู้อื่น และ รับแรงบันดาลใจต่างๆได้ที่นี่

Projects: ลิงก์ไปยังศูนย์รวมโปรเจคตัวอย่าง

Support: ลิงก์ไปยังหน้า ช่วยเหลือ บนเว็บไซต์ xTool ซึ่งคุณสามารถค้นหาความช่วยเหลือออนไลน์เกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ของ xTool ได้

Shop: ลิงก์ไปยังร้านค้าออนไลน์ xTool ซึ่งคุณสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ xTool อุปกรณ์เสริม และวัสดุต่างๆได้ที่นี่

3. แถบเครื่องมือแนวตั้ง

Image: คลิกเพื่อนำเข้ารูปภาพ

Insert: คลิกและเลือกเพื่อวาดรูปร่างพื้นฐาน

Shape: คลิกเพื่อแทรกรูปร่างแบบอื่นๆ

Text: คลิกเพื่อแทรกข้อความ

Vector: คลิกเพื่อวาดเส้นทางเวกเตอร์

xArt: คลิกเพื่อใส่คำสั่งหรืออัปโหลดรูปเพื่อสร้างรูปใหม่

Select: คลิกเพื่อเลือกงานตั้งแต่หนึ่งแบบขึ้นไป

Hand: คลิกเพื่อขยับ canvas ใบโดยการคลิ๊กลาก

Image: คลิกเพื่อสร้างรูปจากรูปภาพ ปัจจุบัน XCS รองรับการนำเข้าเฉพาะไฟล์ JPG, JPEG, GIF, PNG, BMP, SVG, DXF และ WEBP

💡 หมายเหตุ: ใน XCS เวอร์ชั่นปัจจุบัน ยังไม่รอบรับไฟล์งานที่เป็นตัวหนังสือ คุณจะต้องแปลงตัวหนังสือเป็นเส้นเวกเตอร์ก่อน จากนั้นค่อยนำเข้าเวกเตอร์นั้นในรูปแบบไฟล์ SVG ลงใน XCS
หากคุณนำเข้าภาพ bitmap คุณสามารถตั้งค่าได้โดยใช้แถบการตั้งค่าภาพทางด้านขวา

Filter: คุณสามารถเพิ่มตัวกรองหรือใส่ Filter ที่เป็นลูกเล่นให้รูปภาพได้

Sharpness: ปรับความคมชัดของภาพที่นำเข้ามา

Grayscale: สัมพันธ์กับ contrast ของแสงและเงา เลื่อนบล็อกทางซ้ายไปตรงกลางเพื่อเพิ่มความเงา เลื่อนบล็อกทางด้านขวาไปตรงกลางเพื่อเพิ่มความสว่าง

Invert: คุณสามารถกลับสีของภาพได้ โดยฟังก์ชันนี้มีประโยชน์สำหรับการทำงานกับวัสดุสีเข้มบางชนิด เช่น การแกะสลักภาพบนอะคริลิกโปร่งใสหรือโปร่งแสง หินชนวนดำ ยาง และ กระจก

XCS รองรับการสลับสีของรูปภาพขาวดำ grayscale และ ภาพสี ได้ดังนี้

ภาพขาวดำ: พิกเซลสีขาวจะกลับกลายเป็นสีดำ และพิกเซลสีดำจะกลับกลายเป็นสีขาว

ภาพ grayscale: พิกเซลที่แสงสว่างจะกลับกลายเป็นพิกเซลมืด และพิกเซลสีมืดจะกลับกลายเป็นพิกเซลสว่าง

ภาพสี: ภาพสีจะถูกแปลงเป็นภาพ grayscale ก่อน จากนั้นพิกเซลสว่างจะถูกแปลงกลับเป็นพิกเซลสีเข้ม และ พิกเซลสีเข้มจะถูกแปลงกลับเป็นพิกเซลสว่าง

💡 หมายเหตุ: สำหรับรูปภาพที่มีพื้นหลังโปร่งใสหรือโปร่งแสง พื้นหลังจะไม่กลับด้าน มีเฉพาะสีของพิกเซลในรูปภาพเท่านั้นที่จะกลับด้าน

นอกเหนือจากการตั้งค่าก่อนหน้านี้ คุณยังสามารถแก้ไขรูปภาพเพิ่มเติมได้

Magic wand: เลือกลบพื้นที่ที่คุณต้องการออกจากภาพ

Fuzziness: พารามิเตอร์นี้ใช้ได้เฉพาะกับ Magic Wand เท่านั้น โดยเป็นการระบุช่วงสีพิกเซลที่คุณจะลบ ยิ่งค่ามากขึ้น ช่วงสีก็จะกว้างขึ้น กล่าวคือ ช่วงสีของพิกเซลที่จะลบอาจแตกต่างกันมาก แต่ถ้ายิ่งค่าน้อยลง ช่วงสีก็จะแคบลง กล่าวคือ สีของพิกเซลที่จะลบจะใกล้เคียงกันมาก

Eraser: ลบพื้นที่ที่คุณคลิกออกจากรูปภาพ

Size: พารามิเตอร์นี้ใช้ได้เฉพาะกับยางลบ เป็นการระบุขนาดของยางลบ ยิ่งค่ามาก ยางลบก็จะยิ่งใหญ่ขึ้น

Crop: ตัดเอาพื้นที่ที่คุณเลือก

Insert: กดเพื่อเลือกวาดรูปร่างทั่วไป คุณสามารถกด Shift เพื่อวาดสี่เหลี่ยม วงกลม หรือเส้นแนวนอนหรือแนวตั้งได้

Shape: แทรกรูปร่างอื่นๆ

Text: แทรกข้อความ ข้อความเริ่มต้น จะเป็น HELLO หลังจากแทรกข้อความ คุณจะสามารถเปลี่ยนคำ และตั้งค่าขนาดแบบอักษร Typeface style ระยะห่าง Leading และ การจัดเรียง นอกจากนี้ คุณยังสามารถเชื่อมตัวอักษรในข้อความได้

Weld: ฟังก์ชันนี้ใช้เพื่อเชื่อมรวมตัวอักษรที่มีบางส่วนทับซ้อนกันในข้อความ หลังจากเชื่อมแล้ว ข้อความจะกลายเป็นเส้นเวกเตอร์ และ แผงการตั้งค่าข้อความด้านข้างจะหายไป

Vector: คำสั่งสำหรับวาดเส้นเวกเตอร์

คุณสามารถกด ปุ่ม Esc หรือคลิกเมนูอื่นๆ เพื่อสิ้นสุดการวาดภาพได้เช่นกัน

หลังจากวาดเส้นทางเวกเตอร์ คุณสามารถดับเบิลคลิกที่จุดบนเส้นเพื่อแก้ไขได้:

1. แปลงเป็นมุมมน หรือ กลับเป็นมุม

2. ปรับความโค้ง

xArt: คลิกเพื่อเข้าสู่กระบวนการสร้างภาพ xArt ซึ่งคุณสามารถสร้างภาพได้โดยการพิมพ์คำสั่ง ที่เรียกว่า Prompt หรืออัพโหลดภาพ ขณะนี้ยังเป็นเวอร์ชั่นเบต้าและกำลังอยู่ในกระบวนการพัฒนา หากคุณใช้ xArt เป็นครั้งแรก คุณจะต้องลงทะเบียนบัญชีและรับแต้มเริ่มต้นก่อน และทุกครั้งที่คุณใช้ xArt สร้างภาพ จะใช้คะแนนนี้เป็นค่าใช้จ่าย

4. แถบเครื่องมือแนวนอน

Undo: ยกเลิกการกระทำล่าสุด

Redo: ย้อนการกระทำสุดท้ายอีกครั้ง

Outline: เพิ่มเส้นขอบให้กับงาน นอกจากรองรับทั้งแบบรูปภาพ ข้อความ และ เส้นเวกเตอร์ แล้ว ยังสามารถเพิ่ม outline ให้กับภาพที่มีพื้นหลังโปร่งใสได้อีกด้วย

การเพิ่มเส้น Outline จะเหมาะสำหรับการตัดงาน หรือทำเส้นขอบให้กับชิ้นงาน

ถ้าพื้นหลังของภาพไม่ได้โปร่งใส เมื่อระยะออฟเซ็ตเป็นค่าบวก เส้นขอบจะอยู่ด้านนอก เมื่อค่าลบของระยะออฟเซ็ต เส้นขอบจะอยู่ด้านใน

ถ้าพื้นหลังของภาพโปร่งใส คุณสามารถเลือกเพิ่มเส้นขอบทั้งด้านในและด้านนอกได้

Array: เพิ่มจำนวนงานที่ต้องการออกมาหลายๆงาน และ จัดวางในรูปแบบตารางหรือวงกลม เลือกงาน เลือกโหมด array และตั้งค่าให้เสร็จสิ้น

Smart fill: ฟังก์ชั่นทำซ้ำสำหรับงานที่มีวัสดุหลากหลาย ฟังก์ชั่นนี้ใช้ได้เฉพาะกับรุ่นที่มีกล้องในตัวเท่านั้น สำหรับรุ่น xTool D1 และรุ่น ที่ไม่มีกล้อง จะไม่รองรับฟังก์ชันนี้

Group: เลือกงานที่ต้องการแล้วคลิก Group เพื่อจับกลุ่มงาน

Ungroup: เลือกงานที่เป็นกลุ่ม แล้วคลิก Ungroup เพื่อยกเลิกการจัดกลุ่ม

Align: จัดเรียงตำแหน่งของงาน

ตัวอย่าง จัดตำแหน่งองค์ประกอบต่างๆ ดังรูปต่อไปนี้

จัดชิดซ้าย

จัดกี่งกลางแนวนอน

จัดชิดขวา

จัดชิ้นด้านบน

จัดกึ่งกลางแนวตั้ง

จัดชิดด้านล่าง

Distribute: กระจายตำแหน่งของงานให้เท่ากัน

ตัวอย่าง การกระจายองค์ประกอบดังรูปต่อไปนี้

กระจายชิ้นงานในแนวนอน

กระจายชิ้นงานในแนวตั้ง

Arrange: จัดเรียงลำดับของงาน คุณสามารถนำงานมาไว้ด้านหน้าสุด หรือวางไว้ด้านหลังหลังสุด หรือขยับมาข้างหน้า หรือขยับไปข้างหลังทีละชั้นก็ได้

ตัวอย่าง การจัดเรียงงานตามรูปต่อไปนี้

ขยับมาข้างหน้า(Bring forward)

นำมาไว้ข้างหน้าสุด(Bring to front)

ขยับไปด้านหลัง(Send backward)

นำไปไว้หลังสุด(Send to back)

Combine: สามารถผสานรวมงานได้

คำสั่ง Unite

คำสั่ง Subtract

คำสั่ง Unite at overlap

คำสั่ง Subtract at Overlap

Reflect: สลับด้านแนวนอนหรือแนวตั้ง

สำหรับคำสั่งสามารถไปประยุกค์ใข้ในการทำตรายาง หรือกลับด้านตัวหนังสือ

คำสั่งสลับด้านในแนวนอน Reflect Horizontally

คำสั่งสลับด้านในแนวตั้ง Reflect Vertically

Position: กำหนดตำแหน่งของงานบน canvas ตามพิกัด x และ y โดยจุด (0,0) อยู่ที่มุมซ้ายบน สามารถตั้งค่าหน่วยได้ใน Setting

Size: กำหนดขนาดของงาน สามารถตั้งค่าหน่วยได้ใน Setting

ค่าเริ่มต้นจะเป็นแบบล็อคมาตราส่วนให้เท่ากัน คุณสามารถคลิกไอคอนแม่กุญแจเพื่อยกเลิกการล็อคขนาด จากนั้นขนาดงานจะสามารถปรับได้อย่างอิสระ

เคล็ดลับ: อัตราส่วนความกว้างต่อความสูงของรูปภาพจะถูกล็อคไว้ตั้งแต่ตอนคุณนำเข้างานมาใน XCS คุณสามารถคลิกไอคอนแม่กุญแจเพื่อปลดล็อกอัตราส่วน เพื่อให้คุณสามารถเปลี่ยนความกว้างและความสูงของรูปภาพได้อย่างอิสระ

Rotate: หมุนปรับมุมเอียงของงาน ค่าบวกหมายถึงการหมุนตามเข็มนาฬิกา ส่วนค่าลบหมายถึงการหมุนทวนเข็มนาฬิกา

5. Canvas

การออกแบบและแก้ไขงาน

บน canvas (พื้นที่ว่าง) คุณสามารถออกแบบหรือปรับแต่งงานในนี้ได้

นอกจากนี้ หากเชื่อมต่อกับเครื่องที่มีกล้องอย่างรุ่น xTool M1 คุณจะสามารถดูตำแหน่งของวัสดุและงานก่อนตัดหรือแกะสลักได้

การจัดการ Canvas

คุณสามารถเพิ่ม ลบ หรือ เปลี่ยนชื่อ canvas ได้ โดยที่ในหนึ่งโปรเจค สามารถเก็บ canvas ได้มากกว่าหนึ่ง เพื่อที่จะได้เก็บงานได้หลากหลายแบบ

ซูมเข้า/ออก

คุณสามารถซูมเข้าหรือออก canvas หรือ ปรับให้พอดีกับหน้าจอได้ ระดับการซูมสูงสุดคือ 4,000% โดยการคลิก “+” เพื่อขยายเพิ่มเติม หลังจากตั้งค่ามาตราส่วนเป็น 1,000% แล้ว

เมนูลัด

ถ้าคุณคลิกขวาบนพื้นที่ว่างของ canvas เมนูลัดต่อไปนี้จะปรากฏขึ้น

Paste: วางงานที่ถูกคัดลอกมา

Select All: เลือกงานทั้งหมดบน canvas

Zoom in: ซูมเข้า

Zoom out: ซูมออก

การจัดการเลเยอร์ของงาน

ถ้าหากงานของคุณมีความซับซ้อน คุณสามารถแบ่งงานให้มีหลายเลเยอร์เพื่อการจัดการที่ง่ายขึ้นได้

งานไหนที่ต้องการตั้งค่าพารามิเตอร์เหมือนกันก็จับให้อยู่ในเลเยอร์เดียวกัน เช่น เลเยอร์ 1 แกะสลักทึบ เลเยอร์ 2 แกะสลักเป็นวง เลเยอร์ 3 วิ่งตัดขอบงาน

ตัวอย่างเช่น เลือกเลเยอร์ 3 และตั้งค่าพารามิเตอร์การทำงานให้กับงานที่อยู่ในเลเยอร์ 3

นอกจากนี้ คุณยังสามารถย้ายงานไปยังเลเยอร์อื่นได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ย้ายแล้ว คุณจะต้องตั้งค่าพารามิเตอร์การทำงานให้กับงานนั้นด้วย การตั้งค่าของเลเยอร์เดิมจะไม่ถูกเอาเข้ามาใส่ในเลเยอร์ใหม่

เคล็ดลับ:  เมื่อคุณทำงานกับรูปภาพที่ซับซ้อน ขอแนะนำให้ตั้งค่าสีให้ต่างกันในแต่ละงาน เพื่อให้ XCS สามารถกำหนดงานเป็นเลเยอร์ต่างๆ ตอนคุณนำเข้าไฟล์รูปภาพ

เชื่อมต่อ xTool F1 กับ XCS

1. ใช้สาย USB เชื่อมต่อเครื่องเข้ากับคอมพิวเตอร์

หากสาย USB ที่ให้มาใช้กับคอมพิวเตอร์ของคุณไม่ได้ ให้ลองหาสายอื่นมาต่อดู

2. เปิดเครื่อง

3. เปิด XCS แล้วคลิก Connect Device

ใน Device List จะเห็นเครื่องรุ่น xTool F1 ปรากฎขึ้น

หมายเหตุ: หลังจากเชื่อมต่อแล้ว คุณสามารถกำหนดค่า Wi-Fi สำหรับเครื่องเพื่อใช้งาานผ่าน Wi-Fi ได้ในครั้งถัดไป

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีกำหนดค่า Wi-Fi และเชื่อมต่อเครื่องของคุณกับ XCS ผ่าน Wi-Fi สามารถดูได้ที่ support.xtool.com/hc/en-us/categories/9157502370455-XCS

ตั้งค่า xTool F1 ใน XCS

1. ที่มุมขวาบนของ XCS คลิกไอคอนรูปเฟืองถัดจากรูปภาพ xTool F1 เพื่อเปิดหน้าต่างการตั้งค่าเครื่อง

2. คลิก Setting แล้วเลือกเปิดหรือปิดฟีเจอร์ต่างๆตามความต้องการของคุณ

Flame alarm: ถ้าตรวจพบเปลวไฟ xTool F1 จะหยุดการทำงานชั่วคราวและส่งสัญญาณเตือน เราแนะนำให้คุณเปิดฟีเจอร์นี้เพื่อความปลอดภัย

Stops when moved: ถ้าเครื่อง xTool F1 มีการขยับหรือเอียงระหว่างการทำงาน เครื่อง xTool F1 จะหยุดการทำงานชั่วคราว ดังนั้นถ้าหากคุณต้องการใช้เครื่อง xTool F1 เพื่อทำงานกับวัสดุที่มีความลาดเอียง คุณจะต้องปิดฟีเจอร์นี้

Stops when enclosure opened: ถ้าเปิดฝาครอบระหว่างการทำงาน xTool F1 จะหยุดการทำงานชั่วคราว ดังนั้นถ้าต้องการใช้ xTool F1 ขณะเปิดฝาครอบ คุณต้องปิดฟีเจอร์นี้

Infrared ray preheat: การใช้เลเซอร์อินฟราเรดสำหรับการแกะสลักภาพ bitmap ตอนที่ยังมีอุณหภูมิต่ำอาจทำให้ผลลัพธ์การแกะสลักไม่น่าพอใจเท่าที่ควร เพื่อให้มั่นใจว่างานจะออกมาดี คุณสามารถเปิดฟีเจอร์นี้เพื่อให้โมดูลเลเซอร์ทำความร้อนก่อน เพื่อเข้าสู่สถานะที่เหมาะสมก่อนการทำงาน

Buzzer reminders: หากเปิดใช้งาน เสียงเตือนบน xTool F1 จะดังขึ้นเมื่อเครื่องเข้าสู่สถานะบางอย่าง เช่น เตรียมพร้อมสำหรับการทำงานหรือการทำงานได้เสร็จสิ้นแล้ว

โหมดการทำงานของ xTool F1

เครื่อง xTool F1 สามารถทำงานได้หลายโหมด

Laser flat: สำหรับทำงานกับวัสดุขนาดเล็กและแบนในโหมดนี้ คุณจะต้องวางวัสดุบนแผ่นฐานของ xTool F1

Laser cylindrical: สำหรับทำงานกับวัสดุทรงกระบอกปกติหรือทรงป้านในโหมดนี้ คุณต้องใช้ xTool F1 กับอุปกรณ์โรตารี่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีใช้ xTool F1 กับอุปกรณ์โรตารี่ สามารถดูที่ “การใช้อุปกรณ์โรตารี่ กับเครื่อง xTool F1

Open plane: สำหรับทำงานกับวัสดุขนาดใหญ่ ลาดเอียง หรือหนาในโหมดนี้ คุณจะต้องถอดแผ่นฐานออก แล้ววาง xTool F1 ไว้ด้านบนของวัสดุ

Laser extension:สำหรับทำงานกับวัสดุที่มีลักษณะยาว หรือขนาดเล็กหลายๆชิ้นในโหมดนี้ คุณต้องใช้ xTool F1 กับชุดเสริมสไลด์

การใช้โหมด Laser Flat เครื่อง xTool F1

1. วางวัสดุ

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ติดตั้งแผ่นฐาแบบถอดได้บนฐาน และวางแผ่นวัสดุไว้บนแผ่นฐาน

หมายเหตุ: หากขนาดหรือน้ำหนักของวัสดุที่จะแปรรูปมีขนาดเล็กมาก คุณควรใช้เครื่องมือ เช่น เทป เพื่อยึดวัสดุ มิฉะนั้นการไหลเวียนของอากาศของพัดลมดูดอากาศอาจทำให้วัสดุเปลี่ยนตำแหน่งระหว่างการประมวลผล

ในการตัดวัสดุ ขอแนะนำให้วางแผ่นรองตัดที่เป็นร่องไว้บนแผ่นฐานก่อน หรือจะใช้ปริซิ่มสามเหลี่ยมวางแล้วค่อยวางวัสดุที่ต้องการตัด เพื่อให้มีช่องว่างด้านล่าง เพื่อให้แสงเลเซอร์ยิงผ่านไปได้ ถ้าไม่รองงานให้สูง ชิ้นงานอาจจะไม่ขาด หรือไม่ก็อาจจะมีรอยเขม่าดำติดด้านล่างของงาน

หมายเหตุ: ด้วยการใช้แผ่นรองตัดหรือปริซึมสามเหลี่ยม คุณสามารถลดพื้นที่ที่ถูกเผาและช่วยถนอมแผ่นฐานได้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าปริซึมสามเหลี่ยมหันไปทางช่องควัน

2. เลือกโหมดการทำงานและวัสดุ

2.1 ที่ด้านขวาของหน้าจอหลักของ XCS ให้เลือก Laser flat

2.2 ในรายการ Material ให้เลือกวัสดุให้ตรงกับวัสดุที่คุณใช้

หมายเหตุ:
ถ้าคุณไม่พบวัสดุของคุณในรายการ คุณสามารถคลิก + More เพื่อค้นหาวัสดุอื่นๆ ในศูนย์วัสดุออนไลน์ xTool SELECTED แต่ถ้าหากคุณยังคงไม่พบวัสดุของคุณ คุณสามารถเลือก User-defined material

หลังจากที่คุณเลือกวัสดุใน รายการ material หรือ ศูนย์วัสดุออนไลน์ xTool Selected แล้ว ซอฟต์แวร์จะทำการโฟกัสและตั้งค่าพารามิเตอร์ต่างๆในการทำงานด้วยเลเซอร์โดยอัตโนมัติ

ค่าตั้งต้นต่างๆเป็นค่าที่ตั้งมาเพื่อใช้กับวัสดุของ xTool คุณสามารถปรับการตั้งค่าตามความต้องการของคุณเองได้

3. ตั้งค่าโฟกัสเลเซอร์

xTool F1 รองรับการโฟกัสแบบแมนนวลและแบบอัตโนมัติ คุณสามารถเลือกวิธีการโฟกัสที่ตามคุณต้องการได้

หมายเหตุ: หากต้องการตัดวัสดุ ขอแนะนำให้กำหนดจุดโฟกัสไว้ที่กึ่งกลางของระยะความหนาของแต่ละวัสดุเพื่อให้ได้ผลลัพธ์การตัดที่ดีที่สุด

ตัวอย่างเช่น หากต้องการตัดไม้เบสวูดหนา 6 มม. ในครั้งเดียว แนะนำให้ตั้งจุดโฟกัสไว้ที่ใต้พื้นผิวของวัสดุ 3 มม. คุณสามารถเริ่มต้นด้วยการเน้นไปที่วัสดุที่มีความหนา 3 มม. แล้วอย่าเปลี่ยนการตั้งค่าโฟกัสใหม่ ต่อไปคุณก็จะสามารถทำงานกับวัสดุไม้เบสวูด 6 มม. ต่อได้เรื่อยๆ

3.1 การตั้งค่าโฟกัสแบบแมนนวล

หมุนปุ่มเพื่อเลื่อนโมดูลเลเซอร์ขึ้นและลง เมื่อจุดแสงสีแดงและสีน้ำเงินตรงกัน แปลว่าโฟกัสสำเร็จ

หมายเหตุ: หากคุณหมุนปุ่มตามเข็มนาฬิกา โมดูลเลเซอร์จะเลื่อนขึ้น และจุดไฟสีแดงจะเลื่อนไปทางซ้าย หากคุณหมุนปุ่มทวนเข็มนาฬิกา โมดูลเลเซอร์จะเลื่อนลง และจุดไฟสีแดงจะเลื่อนไปทางขวา

หมายเหตุ: ถ้าด้านล่างของโมดูลเลเซอร์ถึงจุดสูงสุด ให้หยุดหมุนปุ่มขึ้น

3.2 การตั้งค่าโฟกัสอัตโนมัติ

ให้วัดความหนาของวัสดุ โดยหน่วยที่ใส่ มีค่าเป็นมิลลิเมตร

ที่ด้านขวาของหน้าจอใน XCS ให้ป้อนการวัดของคุณใน Thickness (mm) จากนั้นเครื่องจะโฟกัสอัตโนมัติ โดยตัวหัวยิงเลเซอร์ จะวิ่งขึ้นหรือลง ขึ้นอยู่กับความหนาที่ป้อนเข้าไป

หมายเหตุ: ถ้าคุณใช้โฟกัสอัตโนมัติเป็นครั้งแรกหลังจากเปิดเครื่อง xTool F1 คุณจะต้องหาจุดเริ่มต้นของเครื่อง xTool F1 เพื่อให้โมดูลเลเซอร์กลับสู่ตำแหน่งเดิม โดยการคลิก Init ที่อยู่ใต้ 
Thickness ในโปรแกรม XCS  จากนั้นโมดูลเลเซอร์จะวิ่งไปยังตำแหน่งเริ่มต้น

4. การออกแบบสำหรับการทำงาน

4.1ใช้เครื่องมือตรงแถบด้านซ้ายของ canvas สร้างวัตถุ คุณสามารถนำเข้ารูปภาพ แทรกรูปร่าง สร้างข้อความ หรือวาดกราฟิกเป็นเส้นเวกเตอร์ได้

หมายเหตุ: XCS รองรับการนำเข้า format รูปภาพต่อไปนี้: SVG, DXF, JPG, JPEG, PNG, BMP, TIF, CR2 ฯลฯ

4.2 เลือกงานออกแบบแล้วใช้แถบเครื่องมือเหนือ canvas เพื่อแก้ไขงานเพิ่มเติม

หมายเหตุ:หากคุณเลือกงานที่เป็นรูปภาพ คุณสามารถแก้ไขรูปภาพได้โดยใช้เครื่องมือทางด้านขวาของ canvas

5. ดูตัวอย่างพื้นที่การทำงาน

5.1 ที่มุมล่างขวาของซอฟต์แวร์ คลิกไอคอนการตั้งค่าที่เป็นรูปเฟือง ถัดจากปุ่ม Framing เพื่อตั้งค่าพารามิเตอร์สำหรับการจัดเฟรม

Rect จะแสดงตัวอย่างเส้นขอบสี่เหลี่ยมของพื้นที่การทำงาน

Outline จะแสดงตัวอย่างโครงร่างของงานที่กำลังจะทำ

5.2 ปิดฝากครอบ จากนั้นคลิก Framing ในซอฟต์แวร์หรือกดปุ่ม framing บน xTool F1 เพื่อดูตัวอย่างพื้นที่การทำงานหากพื้นที่ไม่ถูกต้อง คุณสามารถปรับตำแหน่งวัสดุหรือปรับตำแหน่งงานในซอฟต์แวร์ จากนั้นค่อยกด Framing ดูอีกครั้ง

หมายเหตุ: ในระหว่างการจัดเฟรม ให้ปิดกล่องป้องกันไว้หรือสวมแว่นตาที่สามารถป้องกันลำแสงเลเซอร์ที่ความยาวคลื่น 455 นาโนเมตรและ 1064 นาโนเมตร ไว้ด้วย

หมายเหตุ: หากต้องการหยุดการจัดเฟรม ให้คลิก Stop framing ในซอฟต์แวร์หรือกดปุ่ม framing บน xTool F1

6. เริ่มการทำงาน

หมายเหตุ:การใช้เลเซอร์อินฟราเรดหรือ IR เลเซอร์ แสงสีแดง สำหรับการแกะสลักภาพ bitmap ที่อุณหภูมิต่ำอาจทำให้ผลลัพธ์การแกะสลักไม่น่าพอใจ เพื่อให้ได้ผลการแกะสลักที่ดีขึ้น คุณสามารถอุ่นโมดูลเลเซอร์ก่อนยิงได้

ที่มุมขวาล่างของซอฟต์แวร์ คลิก Process

ดูตัวอย่างวัตถุที่กำลังทำงานในซอฟต์แวร์ จากนั้น ที่มุมขวาบนของซอฟต์แวร์ ให้คลิก Process

ปิดฝาครอบ จากนั้นกดปุ่มบน xTool F1 เพื่อเริ่มการทำงาน

หมายเหตุ:ในระหว่างการทำงานด้วยเลเซอร์ ให้ปิดฝาไว้หรือสวมแว่นตาที่สามารถป้องกันลำแสงเลเซอร์ที่ความยาวคลื่น 455 นาโนเมตรและ 1064 นาโนเมตร

การใช้โหมด Open Plane เครื่อง xTool F1

1. ถอดแผ่นฐาน

นำแผ่นฐานด้านล่างออก เพิ่อเปิดช่องสีเหลี่ยมด้านล่าง วิธีการเอาออกให้ เอียงเครื่องแล้วเอามือดันฐานออก

วางเครื่อง xTool F1 ลงบนวัสดุที่ต้องการตัด

หมายเหตุ: หากพื้นผิววัสดุที่จะแปรรูปมีความลาดเอียง คุณสามารถจับ xTool F1 ที่ด้ามจับด้านบนแล้ววางไว้บนพื้นที่ที่จะแปรรูปได้

หากต้องการทำงานบนพื้นผิวที่ลาดเอียง คุณต้องปิดฟีเจอร์ “Stops when moved” ที่มุมขวาบนของ XCS คลิกไอคอนรูปเฟืองถัดจากรูปภาพ xTool F1 เลือก Setting และปิด Stops when moved ถ้าไม่ปิด ตัวเครื่องจะหยุดทำงาน หากพบการสั่นไหวของเครื่อง

2. เลือกโหมดการทำงาน

โหมดการทำงานเให้เลือกป็น Open Plane

3. เลือกวัดสุที่ต้องการยิงเลเซอร์

เลือกวัสดุที่ต้องการใช้จาก xTool Material หรือจะเลือกแบบ User define ที่กำหนดค่าเองก็ได้

หมายเหตุ: ถ้าคุณไม่พบวัสดุของคุณในรายการ คุณสามารถคลิก + More เพื่อค้นหาวัสดุอื่นๆ ในศูนย์วัสดุออนไลน์ xTool SELECTED แต่ถ้าหากคุณยังคงไม่พบวัสดุของคุณ คุณสามารถเลือก User-defined material

หลังจากที่คุณเลือกวัสดุใน รายการ material หรือ ศูนย์วัสดุออนไลน์ xTool Selected แล้ว ซอฟต์แวร์จะทำการโฟกัสและตั้งค่าพารามิเตอร์ต่างๆในการทำงานด้วยเลเซอร์โดยอัตโนมัติ

ค่าตั้งต้นต่างๆเป็นค่าที่ตั้งมาเพื่อใช้กับวัสดุของ xTool คุณสามารถปรับการตั้งค่าตามความต้องการของคุณเองได้

4. ตั้งโฟกัสหรือจุดยิงเลเซอร์

หมุนปุ่มเพื่อเลื่อนโมดูลเลเซอร์ขึ้นและลง เมื่อจุดแสงสีแดงและสีน้ำเงินตรงกัน แปลว่าโฟกัสสำเร็จ

หากคุณหมุนปุ่มตามเข็มนาฬิกา โมดูลเลเซอร์จะเลื่อนขึ้น และจุดไฟสีแดงจะเลื่อนไปทางซ้าย หากคุณหมุนปุ่มทวนเข็มนาฬิกา โมดูลเลเซอร์จะเลื่อนลง และจุดไฟสีแดงจะเลื่อนไปทางขวา

ถ้าด้านล่างของโมดูลเลเซอร์ถึงจุดสูงสุด ให้หยุดหมุนปุ่มขึ้น

หากต้องการตัดวัสดุ ขอแนะนำให้กำหนดจุดโฟกัสไว้ที่กึ่งกลางของระยะความหนาของแต่ละวัสดุเพื่อให้ได้ผลลัพธ์การตัดที่ดีที่สุด

ตัวอย่างเช่น หากต้องการตัดไม้เบสวูดหนา 6 มม. ในครั้งเดียว แนะนำให้ตั้งจุดโฟกัสไว้ที่ใต้พื้นผิวของวัสดุ 3 มม. คุณสามารถเริ่มต้นด้วยการเน้นไปที่วัสดุที่มีความหนา 3 มม. แล้วอย่าเปลี่ยนการตั้งค่าโฟกัสใหม่ ต่อไปคุณก็จะสามารถทำงานกับวัสดุไม้เบสวูด 6 มม. ต่อได้เรื่อยๆ

5. การออกแบบสำหรับการทำงาน

ใช้เครื่องมือตรงแถบด้านซ้ายของ canvas สร้างวัตถุ คุณสามารถนำเข้ารูปภาพ แทรกรูปร่าง สร้างข้อความ หรือวาดกราฟิกเป็นเส้นเวกเตอร์ได้

โปรแกรม XCS รองรับการนำเข้า format รูปภาพต่อไปนี้: SVG, DXF, JPG, JPEG, PNG, BMP, TIF, CR2 ฯลฯ

เลือกงานออกแบบแล้วใช้แถบเครื่องมือเหนือ canvas เพื่อแก้ไขงานเพิ่มเติม

หากคุณเลือกงานที่เป็นรูปภาพ คุณสามารถแก้ไขรูปภาพได้โดยใช้เครื่องมือทางด้านขวาของ canvas

6. ตั้งค่าพารามิเตอร์สำหรับการทำงาน

เลือกงานบน canvas จากนั้น ที่ด้านขวาของหน้าจอใน XCS ให้ตั้งค่าพารามิเตอร์ของงานที่คุณเลือก

คุณจะต้องตั้งค่าพารามิเตอร์ให้กับทุกงาน ไม่เช่นนั้นการทำงานอาจเกิดความผิดพลาดได้

พารามิเตอร์ของงานประเภทภาพ bitmap และ งานประเภทเส้นเวกเตอร์จะแตกต่างกัน คุณสามารถเลือกงานประเภทเดียวกันแล้วตั้งค่าพารามิเตอร์พร้อมกันทีเดียวได้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการตั้งค่าพารามิเตอร์ในแต่ละวัสดุ สามารถดูได้ที่ การตั้งค่าวัสดุสำหรับเครื่อง xTool

6.1 Setting ของภาพ bitmap

6.2 Setting ของเส้นเวกเตอร์

หมายเหตุ: สำหรับคำอธิบายโดยละเอียดของแต่ละพารามิเตอร์ ดูที่ support.xtool.com/hc/en-us/categories/9157502370455-XCS

7. ดูตัวอย่างพื้นที่การประมวลผล

ที่มุมล่างขวาของซอฟต์แวร์ คลิกไอคอนการตั้งค่าถัดจากปุ่ม Framing เพื่อตั้งค่าพารามิเตอร์สำหรับการจัดเฟรม

เมื่อกดปุ่มรูปเฟืองจะสามารถตั้งค่าการ Framing ได้ 2 รูปแบบ

xTool F1 รองรับโหมด Preview สองโหมด คือ Rect และ Outline

Rect จะแสดงตัวอย่างเส้นขอบสี่เหลี่ยมของพื้นที่การทำงาน

Outline จะแสดงตัวอย่างโครงร่างของงานที่กำลังจะทำ

ปิดฝากครอบ จากนั้นคลิก Framing ในซอฟต์แวร์หรือกดปุ่ม framing บน xTool F1 เพื่อดูตัวอย่างพื้นที่การทำงาน หากพื้นที่ไม่ถูกต้อง คุณสามารถปรับตำแหน่งวัสดุหรือปรับตำแหน่งงานในซอฟต์แวร์ จากนั้นค่อยกด Framing ดูอีกครั้ง

ใน XCS version ใหม่ สามารถที่จะขยับงานบน Canvas ไปยังพื้นที่ ที่ต้องการได้เลย ตัว Framing
งาน ก็จะขยับตามในทันที ไม่ต้องออกจากโหมด Framing แล้ว

ในระหว่างการจัดเฟรม ให้ปิดกล่องป้องกันไว้หรือสวมแว่นตาที่สามารถป้องกันลำแสงเลเซอร์ที่ความยาวคลื่น 455 นาโนเมตรและ 1064 นาโนเมตร ไว้ด้วย

หากต้องการหยุดการจัดเฟรม ให้คลิก Stop framing ในซอฟต์แวร์หรือกดปุ่ม framing บน xTool F1

8. เริ่มการทำงาน

การใช้เลเซอร์อินฟราเรดสำหรับการแกะสลักภาพ bitmap ที่อุณหภูมิต่ำอาจทำให้ผลลัพธ์การแกะสลักไม่น่าพอใจ เพื่อให้ได้ผลการแกะสลักที่ดีขึ้น คุณสามารถอุ่นโมดูลเลเซอร์ก่อนยิงได้

ที่มุมขวาล่างของซอฟต์แวร์ คลิก Process

ดูตัวอย่างวัตถุที่กำลังทำงานในซอฟต์แวร์ จากนั้น ที่มุมขวาบนของซอฟต์แวร์ ให้คลิก Process

ปิดฝาครอบ จากนั้นกดปุ่มบน xTool F1 เพื่อเริ่มการทำงาน

Updated on 25/12/2023
Was this article helpful?

Related Articles