1. Home
  2. Knowledge Base
  3. เครื่อง Creality K1C
  4. คู่มือการใช้เครื่อง Creality K1C

คู่มือการใช้เครื่อง Creality K1C

เครื่องพิมพ์ 3 มิติ Creality รุ่น K1C จะเป็นเครื่องที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ Core XY สามารถที่จะพิมพ์งานได้เร็วมากกว่าเครื่องรุ่นอื่นๆ ซึ่งตัวเครื่องมาในรูปแบบ ตู้ปิดรอบตัว ก่อนใช้งานเครื่อง แนะนำให้อ่านคู่มือ เพื่อเรียนรู้ส่วนประกอบของเครื่อง รวมไปถึงการตั้งใช้งานที่ถูกวิธี

ข้อแนะนำในการใช้งาน

1. ไม่ใช้เครื่องเกินขอบเขตหรือนอกเหนือจากสิ่งที่ระบุในคู่มือ เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายในการใช้งาน

2. ไม่วางเครื่องไว้ใกล้กับวัตถุไวไฟ หรือติดไฟ แนะนำให้วางเครื่องในห้องที่มีอากาศถ่ายเท และไม่มีฝุ่น

3. ไม่วางเครื่องบนพื้นที่ ที่มีการสั่นไหว หรือไม่มั่นคง เพราะจะทำให้คุณภาพงานที่พิมพ์ออกมาต่ำและดูไม่ดี

4. แนะนำให้ใช้เส้นพลาสติกที่มีคุณภาพ มีขนาดที่สม่ำเสมอ เพื่อป้องกัน อาการหัวฉีดตันหรือฉีดเส้นไม่ออก

5. ให้ใช้สายไฟที่มากับเครื่อง เพราะเป็นสายที่ทดสอบแล้ว ว่าพอดีกับกำลังไฟของเครื่อง ไม่ควรใช้สายไฟสายเล็กเพราะจะทำให้เกิดความร้อนสะสมในสายไฟ เวลาที่เครื่องทำงาน และควรเสียบปลั๊กลงในช่องที่มีการต่อสายดิน

6. ห้ามจับหรือแตะหัวฉีดในขณะที่เครื่องกำลังทำงาน เพราะอาจจะทำให้เกิดแผลไหม้และพุพองได้

7. หลังจากที่พิมพ์งานเสร็จ ให้ทำความสะอาดหัวฉีดทุกครั้ง ในส่วนของปลายหัวฉีดที่มีเศษพลาสติกติดอยู่ ห้ามระวังในการใช้มือสัมผัสหรือแตะที่หัวฉีด เพราะหัวฉีดยังคงร้อนอยู่ แม้ว่าเครื่องจะหยุดทำงานหรือปิดไปแล้ว

8. ควรทำความสะอาดเครื่องเป็นประจำ โดยใช้ผ้าแห้ง ทำการเช็ดฝุ่นรอบตัวเครื่อง การทำความสะอาดเครื่อง จำเป็นต้องเปิดเครื่องก่อนทุกครั้ง

ส่วนประกอบของตัวเครื่อง

1. Top Cover ฝากระจกสำหรับปิดด้านบนเครื่องสามารถยกออกได้

2. Nozzle Assembly ชุดหัวฉีดชนิดพิเศษ สำหรับการพิมพ์งานความเร็วสูง

3. Camera เป็นกล้องสำหรับดูการทำงานเครื่องผ่าน App และโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ มีความสามารถทางด้าน AI

4. Side Fan พัดลมสำหรับเป่างานให้เย็น ใช้เวลาพิมพ์พลาสติกประเภท PLA

5. Front door ประตูด้านหน้าเครื่อง

6. Printing Platform ฐานพิมพ์ ที่สามารถทำความร้อนได้ ด้านบน เป็นแม่เหล็ก สำหรับวางแผ่นเหล็กรองปริ้น ที่ยกออก และบิดเพื่อเอางานออกได้

7. Touch Screen หน้าจอสำหรับดูการทำงานและสั่งงาน

8. Air Filter Element ตัวกรองกลิ่น

9. Filament Detection เป็นเซนเซอร์สำหรับตรวจเช็คเส้นพลาสติก

10. Material Barrel อุปกรณ์สำหรับแขวนเส้นพลาสติก

11. Power Outlet ช่องสำหรับเสียบปลั๊กไฟ

12. Switch สำหรับเปิดและปิดเครื่อง

13. Toggle Switch สวิตช์สำหรับปรับกระแสไฟ

อุปกรณ์ที่มีมาให้กับเครื่อง

  1. เครื่องปริ้น 3 มิติ Crealtiy K1C
  2. หน้าจอ Touchscreen
  3. เส้นพลาสติก PLA แบบ Hyspeed
  4. เครื่องมือซ่อมบำรุงเครื่อง
  5. เกรียงสำหรับแซะงานออกจากฐาน
  6. แกนสำหรับใส่ม้วนเส้นพลาสติก
  7. คีมสำหรับตัดปลายเส้นพลาสติก
  8. เหล็กแยง สำหรับแทงชุดหัวฉีด ในกรณีหัวฉีดตัน
  9. USB Drive
  10. สายไฟ
  11. ประแจ M6 สำหรับถอดหัวฉีด
  12. ดุมมือจับประตู
  13. คู่มือการใช้งาน
  14. ใบรับประกัน After Sale Service
  15. กรองกลิ่น ติดด้านหลังเครื่อง
  16. น็อตหัวจมขนาด M3 x 18 จำนวน 3 ตัว
  17. น็อตหัวจมขนาด M3 x 12 จำนวน 1 ตัว

วิดีโอแกะกล่องและติดตั้งเครื่อง Creality K1C

วิธีการเอาเครื่องออกจากกล่อง

เครื่องจะอยู่ในถุงพลาสติก สามารถที่จะดึงถุงพลาสติก ขึ้นมาได้เลย ตัวถุงมีความเหนียว ไม่ขาด ให้หัวข้อที่ 5 ก่อนที่จะเอาโฟมออก ให้ดันสาย Cable Chain ในข้อ B ไปด้านหลัง แล้วค่อยดึงเอาโฟมออก

ในข้อ 6 ให้เลื่อนแกนหัวฉีดมาด้านหน้านิดนึง เพื่อดึงโฟมกันกระแทกด้านหลังออก
หลังจากนั้นให้ดึงกล่องอุปกรณ์ที่อยู่ด้านในออกมา แล้วเอาโฟมด้านล่างออกจากเครื่อง

ติดตั้งส่วนประกอบต่าง

1. ประกอบดุมมือจับเข้ากับประตู โดยจะมีลูกยางเล็กๆ 2 ชิ้น ให้ใส่ไปที่เพลทด้านหลัง ก่อนที่จะขันน็อต ตัวลูกยาง จะช่วยป้องกันการขันที่แน่นเกินไป

2. ติดตั้งตัวกรองกลิ่น โดยดันเข้าไปที่ด้านหลังของเครื่อง ในตำแหน่งของพัดลม

3. ติดตั้งหน้าจอ Touch Screen โดยให้เสียบสายลงไปที่ด้านหลังของจอ ตรงนี้ให้ระวัง เพราะต้องสังเกตุ ตำแหน่งหน้าจอ ว่าอยุ่ถูกด้านหรือไม่ ตัว Connector เสียบจะเป็นแบบ คลิ๊ก ล็อค ถ้ากดลงไปแล้ว จะล็อคให้เอง เวลาเอาออก ต้องบีบด้านข้างของตัว Connector ไม่สามารถดึงตรงๆได้ หลังจากเสียบ Connector แล้ว ให้สไลด์หน้าจอ ลงไปที่ช่องเสียบ เวลาสไลด์ให้กดลงไปเบาๆ ถ้าไม่ลง ให้บิดซ้าย บิดขวา พร้อมกับกดลง

ตอนเสียบ Connector หน้าจอ สวิตล์ตัวเครื่องจะต้องปิดอยู่ และให้ระวังตัวสายแพ ของตัวเสียบ Connector ตอนที่เสียบ พยายามอย่าบิดสายแพ เพราะจะทำให้สายด้านในขาดได้

4. ติดตั้งตัวแขวนเส้นพลาสติก วิธีใส่ตัวแขวนเส้น ให้ใส่ไปที่รูที่อยู่ด้านหลังเครื่อง เวลาใส่ ให้หมุนตามเข็มนาฬิกาแล้วดันตัวแขวนเส้นเข้าไปด้วย เมื่อตัวแขวนเส้นเข้าไปในรูได้แล้ว ให้บิดจนสุด จนหมุนไม่ได้ เวลาเอาออก ก็แต่ หมุนทวนเข็มนาฬิกา

สำหรับคนที่ไม่ต้องการแขวนเส้นไว้ด้านหลัง ก็สามารถปริ้นตัวแขวนเส้น ที่ติดด้านข้างขึ้นมาได้ ซึ่งไฟล์จะอยู่ใน USB Flash Drive ที่แถมไปกับเครื่อง ซึ่งการยึดก็จะใช้น็อต M3 x 12 ที่แถมไป

5. เสียบสายไฟเข้าหลังตัวเครื่อง และเสียบเข้ากับปลั๊กไฟ

6. ใส่เส้นพลาติก เวลาใส่ ให้ใช้คีมตัดเส้นให้เอียงประมาณ 45 องศา แล้วสอดเส้นเข้าไปในท่อด้านหลัง และให้ดันเส้นเข้าไปจนสุด จนดันเส้นไม่ได้ ตอนนี้เส้นจะยังไม่ได้ได้เข้าไปในหัวพิมพ์ แต่จะไปรออยู่ที่มอเตอร์ดันเส้น

เวลาใส่เส้นเข้าไป อาจจะรู้สึกหนืดๆ หรือใส่ยาก ให้ลองสังเกตุเส้นในท่อสีขาวดูว่า เส้นดันไปสุดหรือยัง ถ้ายังไม่สุด ให้ออกแรงดันเส้น และดันจนกว่าเส้นจะเข้าไป จนดันไม่ได้แล้วก็ให้พอ

7. ติดแทบ Buffer ด้านในขอบของฝาครอบที่ปิดด้านบน

8. เอาฝาครอบ ใส่ที่ด้านบนเครื่อง โดยให้สังเกตุว่าจะมีช่องบาก อยู่ 1 ด้าน ให้ด้านนั้นอยู่ด้านหลังเครื่อง เวลาใส่แล้วช่องบาก จะอยู่คร่อมกับชุดท่อที่ใส่เส้นพลาสติก

9. หลังจากเปิดเครื่องขึ้นมาครั้งแรก ตัวเครื่องจะให้เลือกภาษา ให้เลือกภาษาที่ต้องการ ยังไม่มีภาษาไทย หลังจากเลือกภาษาแล้วให้กด Next

10. หน้าต่างนี้จะเป็นหน้าต่างที่สำคัญ เพราะเป็นการแจ้งเตือนให้ผูัใช้ ทำการขันน็อตที่ยึดฐานพิมพ์ออกก่อน ซี่งจะมีด้วยกัน 3 ตัว ให้ขันเอาน็อตออกให้หมด

ถ้าไม่ขันน็อตออก จะทำให้เครื่องเสียได้ และไม่ได้อยู่ในการรับประกัน รบกวนตรวจสอบให้ละเอียดก่อน ก่อนที่จะกด OK หรือไปขั้นตอนต่อไป

การตั้งค่าเครื่องและการ Self Test ทดสอบระบบ

ในหน้าการตั้งค่า อาจจะมีบางฟีเจอร์ ที่เพิ่มขึ้น และมีบางฟีเจอร์ที่หายไป ขึ้นอยู่กับ เฟิรม์แวร์ ในเครื่อง ส่วนใหญ่ การคั้งค่าพวกนี้ สามารถย้อนกลับมาทำได้ทุกเมื่อ

หลังจากขันน็อตยึดฐานพิมพ์ 3 ตัวออกแล้ว ตัวเครื่องจะแสดงหน้าต่าง เพื่อให้ผูัใช้อ่าน และกดยอมรับในการใช้เครื่อง และจะเข้าสู่โหมดการเชื่อมต่อ Wifi ซึ่งตรงนี้จะเหมือนกับการเชื่อมต่อ Wifi ทั่วๆไป โดยให้เลือกวง Wifi ที่ต้องการ แล้วใส่รหัส Wifi

สำหรับใครที่ต้องการจะเชื่อมต่อ Wifi สามารถกดปุ่ม Skip ที่อยู่ด้านบนขวาได้เลย การเชื่อมต่อ Wifi สามารถทำทีหลังได้

หลังจากเชื่อมต่อ Wifi แล้ว ก็จะเป็นการตั้ง Time Zone ให้เลือกเป็น UTC +7 ซึ่งเป็น Time Zone ของประเทศไทย หน้าต่างต่อไป จะเป็นการเลือก Server ให้เครื่องเชื่อมต่อ เวลาที่ต้องการดูการทำงานของเครื่อง ผ่าน Application ในมือถือ หรือคอมพิวเตอร์ ให้เลือกเป็น International แล้วกด Next สำหรับ QR Code ที่แสดงขึ้นมา จะเป็นการเชื่อมต่อ เครื่องเข้ากับระบบ Cloud ของทาง Creality ซึ่งจะต้องไป Download Application มาก่อน ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อต่อไป

เมื่อตั้งค่าต่างๆ เสร็จแล้ว ตัวเครื่องจะเข้าสู่โหมด Self Test ซึ่งจะเป็นการตรวจสอบการทำงานของระบบต่างๆ ของเครื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าทุกส่วนทำงานถูกต้อง ซึ่งจะใช้เวลาในการทดสอบ ประมาณ​ 15-20 นาที ซึ่งขั้นตอนนี้ จะรวมการวัดแรงสั่นในการเคลื่อนที่ (Input Shaping) รวมถึงการวัดฐานพิมพ์ฺแบบอัตโนมัติ (Auto Leveling)

สำหรับขั้นตอนการวัดแรงสั่น และวัดฐาน ห้ามเอามือหรือสิ่งของไปวางไว้บนเครื่อง เพราะจะทำให้การวัดค่าเกิดข้อผิดพลาด แล้วทำให้เครื่องทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

การ Calibrate หรือตั้งระดับฐานปริ้น ควรทำทุกๆ 300 ชั่วโมง หรือถ้ามีการเปลี่ยนหัวฉีด หรือแผ่นเหล็กฐานปริ้น ก็ควรทำการ Calibration ทุกครั้ง เพื่อลดอกาการ พลาสติกที่ฉีดออกมาไม่ยอดติดฐาน

แนะนำหน้าจอ Interface การใช้งาน

ในส่วนของหน้าจอการสั่งงาน จะมีแทบที่อยู่ด้านข้าง ซึ่งเวลากดก็จะเข้าไปที่แทบคำสั่งนั้นๆ ซึ่งบางแทบเมือกดเข้าไป ก็จะมีแทบด้านบนให้เลือกอีก

1. หน้า Home เป็นหน้าแรก ที่เวลาเปิดเครื่องเข้ามา ซึ่งหน้านี้จะแสดงข้อมูลที่สำคัญ

2. กราฟแสดงความร้อนของหัวฉีดและฐานพิมพ์

3. อุณหภูมิของหัวฉีดที่ต้องการ สามารถกดเข้าไปเปลี่ยนค่าได้

4. อุณหภูมิของฐานปริ้นที่ต้องการ สามารถกดเข้าไปเปลี่ยนค่าได้

5. อุณหภูมิของห้องพิมพ์ ไม่สามารถตั้งค่าได้

6. ไอคอนการเชื่อมต่อ Wifi และความแรงของสัญญาน

7. เปิด-ปิด ไฟในห้องพิมพ์

8. เปิด – ปิด พัดลมในห้องพิมพ์

9. แสดงเวลาที่ใช้พิมพ์งานทั้งหมด

10. แสดงเวลาที่เหลือ ที่จะปริ้นเสร็จ

11. keypad สำหรับป้อนอุณหภูมิความร้อนที่ต้องการ

12. แทบการตั้งค่าต่างๆ ความร้อน / ควาามเร็ว / พัดลม ซึ่งจะมีแทบย่อยด้านบน

13.แทบการตั้งค่าความร้อนหัวฉีด / ฐานปริ้น และความแรงพัดลม

14. ปรับความเร็วในการพิมพ์

15. แทบย่อยสำหรับการ Load และ Unload เส้นพลาสติก

16. อุณหภูมิความร้อนที่ต้องการ Load และ Unload เส้น สามารถปรับขึ้น ลง ให้สัมพันธ์กับเส้นที่ใช้

17. Load เส้นเข้าหัวฉีด

18. Unload เส้นออกจากหัวฉีด

19. แทบย่อย สำหรับการตั้งความแรงและความเร็วพัดลม

20. ปรับความแรงของพัดลมเป่างาน ที่อยู่ติดกับหัวฉีด

21. ปรับความแรงพัดลมของพัดลม Aux Fan ที่อยู่ด้านข้าง

22. ปรับความแรงพัดลม ที่อยู่ด้านหลังเครื่อง

แนะนำหน้าจอ Interface การใช้งาน (ต่อ)

สำหรับตัวเครื่องจะมี หน่วยความจำภายใน ที่สามารถเก็บไฟล์สำหรับปริ้นได้ โดยไฟล์ที่ถูกส่งจากโปรแกรม Creality Print ผ่าน Wifi จะถูกเก็บเข้ามาอยู่ในเครื่อง ซึ่งหน่วยความจำภายใน จะอยู่ในแทบ Local นอกจากนั้น ด้านหน้าเครื่องยังมีช่องสำหรับเสียบ USB ซึ่งตัวเครื่องสามารถปริ้นผ่านไฟล์ผ่านช่องทางนี้ได้อีกด้วย การเลือกไฟล์ก็แค่กด ไปที่รูปงานที่ต้องการปริ้น

สำหรับรูปงานที่ปริ้นจะแสดงออกมาได้ ก็ต่อเมื่อทำไฟล์ผ่านโปรแกรม Creality Print ถ้าใช้โปรแกรมตัวอื่น อาจจะไม่่มีรูปแสดงขึ้นมา แต่ก็สามารถกดพิมพ์ได้

1. แทบสำหรับเลือกไฟล์ เพื่อสั่งปริ้นงาน

2. แทบ Local สำหรับเลือกไฟล์ ที่ถูกบันทึกในหน่วยความจำของเครื่อง

3. ตัวเลือกให้เครื่องทำการ Calibrate ฐานปริ้นก่อนพิมพ์งาน สามารถเอาออกได้ ถ้าไม่ต้องการ แนะนำว่า ถ้าชิ้นงานใหญ่ ให้กดเลือกเอาไว้จะดีกว่า

4. แทบแสดงข้อมูลของชิ้นงานที่เลือก ซึ่งจะบอกข้อมูลดังนี้ ความร้อนฐานพิมพ์ที่ใช้ / ความร้อนหัวฉีดที่ใช้พิมพ์ / เวลาที่ใช้พิมพ์งาน / ความยาวของเส้นพลาสติกที่ใช้ ส่วนตรงหัวมุมที่เป็นสีส้ม จะบอกเป็นชนิดพลาสติกที่ใช้พิมพ์

5. ถ้าต้องการลบหรือย้ายไฟล์ สามารถทำได้โดยกดไฟล์ที่ต้องการค้างไว้ จะมีปุ่มใหเ้เลือก Copy to USB flash drive (คัดลอกไฟล์ไปที่ USB) กับ Delete (ลบไฟล์)

6. แทบ USB Drive สำหรับเลือกไฟล์ที่อยู่ในแท่ง USB Drive

เวลาปริ้นไฟล์ผ่าน USB ห้ามดึง USB ออกเด็ดขาด เพราะตัวเครื่องอ่านไฟล์จาก USB ถ้าดึงออก เครื่องจะหยุดพิมพ์ แล้วอาจจะทำให้ Port เสียบ USB และตัว USB เสียหายได้

7. แทบ History สำหรับนย้อนดูไฟล์งานที่เคยปริ้น ถ้าเป็นเครื่องหมายติ๊กถูกสีเขียว หมายความว่า งานที่ปริ้น สำเร็จ แต่ถ้าเป็นกากบาท แปลว่า งานชิ้นนั้นไม่สำเร็จ มีการยกเลิกก่อน

ในแทบด้านล่าง ที่เป็นรูปเฟือง จะเป็นในส่วนของการตั้งค่าเครื่อง รวมไปถึงการ Export Log เวลาเครื่องมีปัญหา และต้องติดต่อกับทาง Support

1. แทบรูปเฟือง เพื่อเข้าสู่หน้าต่างการตั้งค่า

2. แทบ System สำหรับตั้งค่าของเครื่องปริ้น

3. Screen Brightness สำหรับปรับความสว่างของหน้าจอ LCD

4. Screen Off ตั้งเวลาปิดหน้าจอ

5. Language Selection เลือกภาษาที่ใช้แสดงผลที่หน้าจอ LCD

6. Self-Check สำหรับตรวจสอบอุปกรณ์และเซนเซอร์ต่างๆ ของเครื่อง

7. Bind to the Creality Cloud สำหรับผูกเครื่องเข้ากับบัญชี Cloud ที่เปิดผ่าน App ในโทรศัพท์

8. Export Log สำหรับบันทึกไฟล์ Log เกี่ยวกับการทำงานของเครื่องทั้งหมดลง USB

9. Version Checking สำหรับตรวจสอบเวอร์ชั่น และ Update Firmware ของเครื่อง

ในกรณีที่ต่อ Wifi และ Internet อยู่ ถ้ามี Firmware เวอร์ชั่นใหม่ออกมา ตัวเครื่องจะฟ้องที่หน้าจอให้ Update ซึ่งหลังจาก Update ควรจะทำการ Self Test และ Calibrate เครื่องใหม่ทั้งหมด

10. Reset to default เปลี่ยนค่าเครื่องทั้งหมด ให้กลับคืนค่ามาตรฐานที่โรงงานเซ็ทมา

11. About สำหรับดูรุ่นเครื่อง และ Serial Number ของเครื่อง

12. แทบ Network สำหรับการตั้งค่าการเชื่อมต่อผ่าน Wifi

13. แทบหุ่นยนต์ Assistant สำหรับการช่วยเหลือการใช้งาน

14. FAQ สำหรับดูคำถามที่พบบ่อย

15. Online Manual ดูคู่มือการใช้งาน Online

16. แทบ Error History สำหรับแสดง Error หรือข้อผิดพลาดของเครื่องโดยจะแสดงออกมาเป็นรหัส Code

17. Update Log สำหรับส่ง Log ไฟล์ไปที่ Server ของ Creality

การโหลดเส้นพลาสติก เข้าและออก

หลังจากเครื่องทำการ Calibrate ทุกอย่าง ตัวเครื่องก็พร้อมใช้งาน ก่อนจะเริ่มพิมพ์งานชิ้นแรก ก็จะต้องทำการใส่เส้นพลาสติกก่อน ซึ่งเวลาใส่เส้นพลาสติกเข้าไปในเครื่อง ก็ต้องตัดปลายเส้นให้แหลม แล้วสอดเข้าไปในท่อสีขาว และดันเส้นให้สุด จนดันไม่ได้ หลักจากนั้น ก็ต้องทำการเปิดความร้อนที่หัวฉีด โดยกดปุ่มหน้าจอ แล้วเลือกแทบ Exturde / Retract

ทำการตั้งค่าความร้อนหัวฉีดที่ต้องการ ซึ่งค่าความร้อน ควรตั้งให้ตรงกับเส้นที่ต้องการใช้งาน เมื่อตั้งค่าแล้ว ให้กดปุ่ม Extrude ตัวเครื่องก็จะทำการเปิดความร้อนที่หัวฉีด ช่วงนี้ให้รอ จนกว่าหัวฉีดจะมีความร้อนตรงกับที่ตั้งไว้ เมื่อความร้อนถึง ก็ให้เอามือช่วยดันเส้นพลาสติก ให้ดันจนรู้สึกว่า ตัวเส้นถูกดูดเข้าไปเอง เมื่อเส้นถูกดูด ก็ให้ปล่อยมือ แล้วรอจนกว่าเส้นจะออกจากปลายหัวฉีด

สำหรับการเอาเส้นพลาสติกออก ก็จะทำตรงกันข้าม กับเวลาเอาเส้นเข้า โดยการกดปุ่ม Retract ก่อนที่จะกดปุ่ม Retract ก็ต้องตั้งความร้อนหัวฉีดให้ตรงกับเส้นที่อยู่ในเครื่องก่อน เมื่อกดปุ่ม Retract ตัวเครื่องก็จะทำการเปิดความร้อนหัวฉีด จนถึงความร้อนที่ตั้งเอาไว้ เครื่องก็จะทำการดันเส้นออกมาที่ปลายหัวฉีดก่อน เพื่อให้เส้นละลาย แล้วค่อยดึงเส้นกลับเข้าไปในหัว รอจนกว่า หน้าจอแสดงลำดับถึง Retract Done ก็ให้ทำการดึงเส้นออกจากเครื่องได้เลย

พิมพ์งานชิ้นแรกผ่าน USB Drive หรือ Local File

หลังจากที่ใส่เส้นพลาสติก และ Calibrate เครื่องเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็จะเป็นการทดลองพิมพ์งานครั้งแรก กับเครื่อง โดยที่งานที่จะลอง จะเป็นไฟล์ที่อยู่ในเครื่อง หรือจะเอาไฟล์ที่อยู่ใน USB Drive ก็ได้ ซึ่งไฟล์ที่มีอยู่ จะใช้เส้นพลาสติก PLA แบบ Hyperspeed ที่แถมมากับเครื่อง

เส้น Filament ที่ใส่จะต้องเป็นเส้น PLA ที่แถมมากับเครื่องเท่านั้น ซึ่งเป็นเส้น PLA แบบ Hyperspeed ที่เน้นปริ้นเร็ว ซึ่งสามารถซื้อกับทางร้านได้ โดยทางร้านจะจำหน่ายเป็นเส้นของ Polymaker รุ่น Polysonic

ก่อนจะกดเลือกไฟล์ปริ้น ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า ตัวล็อตเส้น ที่อยู่ตรงหัวฉีด อยู่ในตำแหน่ง Lock ทุกครั้งก่อนทีจะปริ้น รวมไปถึงตรวจสอบฐานปริ้น ว่าสะอาด ไม่มีเศษพลาสติกติดอยู่ที่ฐาน ถ้ามีให้ยกแผ่นออกไปทำความสะอาด ล้างด้วยน้ำแล้วเช็ดให้แห้ง เสร็จแล้วเช็ดด้วย แอลกฮอล์ล เพื่อล้างเอาคราบน้ำมันออก ในกรณีพิมพ์เส้น PLA แนะนำให้ทากาว ในตำแหน่งที่จะปริ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นพลาสติก ติดแน่นเกินไป จนแกะไม่ออก หลังจากนั้น ให้ทำตามขั้นตอนนี้

1. เสียบ USB Drive หรือเลือกไฟล์ใน Local

2. เมื่อเลือกไฟล์ได้แล้ว ให้กด แล้วเช็คดูว่า เส้นที่แสดงขึ้นมามุมขวา เป็นตัวเดียวกับที่ใส่อยู่ในเครื่อง หลังจากนั้นกดสั่งปริ้นได้เลย

ก่อนที่จะกดสั่ง Print จะมีตัวเลือกให้ติ๊กถูก ที่เขียนว่า Calibration ถ้ามีการเลือกในช่องนี้ ตัวเครื่องจะทำการวัดฐานพิมพ์ก่อน แล้วจึงค่อยเริ่มพิมพ์งาน แต่ถ้าไม่เลือก ตัวเครื่องจะเริ่มพิมพ์งานเลย โดยจะไม่ทำการวัดฐานก่อน

3. เมื่อกดสั่งปริ้นแล้ว ตัวเครื่อง ก็จะแสดงเวลาและเปอร์เซนต์ และถ้าอยากเปลี่ยนค่าความร้อนหัวฉีดหรือ ฐานพิมพ์ สามารถกดไปที่ตัวเลขที่ต้องการเปลี่ยนได้เลย แล้วคีย์ค่าที่ต้องการ

พิมพ์งานผ่าน LAN หรือระบบไร้สาย Wifi

สำหรับการปริ้นงานผ่าน Wifi หรือ LAN จำเป็นต้องใช้โปรแกรม Creality Print ซึ่งสามารถ Download ได้ที่ www.creailtycloud.com สำหรับการใช้งานโปรแกรม สามารถเข้าไปเรียนรู้เพื่อเติมได้ที่ คู่มือการใช้งานโปรแกรม Creality Print

การส่งไฟล์ผ่าน Wifi จำเป็นต้องให้เครื่องอยู่วง LAN หรือ SSID เดียวกัน ไม่อย่างนั้น โปรแกรมจะหาเครื่องไม่เจอ

การส่งไฟล์เพื่อไปปริ้นผ่านระบบไร้สายหรือสาย LAN จำเป็นต้องทำการ slice ไฟล์ให้เสร็จก่อน เมื่อ Slice ไฟล์เสร็จแล้ว โปรแกรมจะโชว์ทางเดินหัวพิมพ์

1. เลือกคำสั่ง Lan Printing

2. ถ้ายังไม่มีเครื่องให้กดปุ่ม +Scan Add ตัวโปรแแกรมจะทำการ Scan เครื่องทั้งหมดที่อยู่ในวง LAN ถ้าเจอแล้วก็จะโชว์รูปและรุ่นเครื่องที่สามารถ ADD เข้าไปได้ ให้เลือกเครื่อง แล้วกด OK

3. ในกรณีที่โปรแกรม ไม่เจอเครื่อง สามารถกดปุ่ม + Manual Add แล้วให้กรอกหมายเลข IP Address ลงไป

เลข IP Address สามารถดูได้ที่เครื่อง โดยกดที่แทบเฟือง แล้วกดที่ Network เลือก SSID ที่เครื่องได้ทำการเชื่อมต่อ ก็จะแสดง IP Address ขึ้นมา ให้จดเลข xxx.xxx.xxx.xxx ไปใส่ที่โปรแกรมและกดค้นหา หรือ ADD

5. หลังจาก Add เครื่องแล้วก็ให้เลือกเครื่องที่ต้องการจะส่งไฟล์ไปปริ้น ซึ่งถ้ากดดูปุ่ม Detail ก็จะแสดงรายละเอียด และค่าต่างๆ ที่สามารถปรับได้ เช่น ความร้อนหัวฉีด / ความเร็วในการปริ้น / การหยุดชั่วคราว หรือการยกเลิก ซึ่งสามารถสั่งผ่านโปรแกรมได้เลย

พิมพ์งานผ่านระบบ Cloud บน App Creality Cloud

สำหรับเครื่อง K1 ทุกรุ่น สามารถที่จะเชื่อมต่อกับระบบ Cloud ที่สามารถสั่งปริ้นงานผ่านมือถือ รวมไปถึงการดูกล้อง และสั่งงานเครื่องแบบ Online จากที่ไหนในโลกก็ได้

เมื่อเชื่อมต่อผ่านระบบ Cloud แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ในวง LAN เดียวกัน สามารถใช้เครือข่ายโทรศัพท์ 4G / 5G ในการ log in เข้ามาที่เครื่องเผื่อสั่งงานได้เลย

ก่อนที่จะใช้งานผ่านระบบ Cloud จำเป็นต้องโหลด App แล้วลงในโทรศัพท์เสียก่อน สามารถทำได้ตามนี้

1. โหลดโปรแกรม “Creality Cloud” โดยค้นหาผ่าน App Store และ Play Store ได้ ตัวโปรแกรม รองรับทั้งโทรศัพท์ Android และ iOS

2. ทำการลงทะเบียนในหน้า Sign Up โดยจะใช้เบอร์โทรศัพท์ในการลงทะเบียน ก่อนอื่้นเลือกรหัสประเทศเป็น +66 Thailand

3. ใส่เบอร์มือถือที่ต้องการลงทะเบียน

4. ให้กดปุ่ม Send เพื่อรอรับรหัส Verification ผ่านทางกล่อง Message เมื่อได้รหัส ให้นำไปกรอกในช่อง Enter Verification

5. สร้างรหัส Password ที่ต้องการ แนะนำว่า ต้องมีอักษรตัวใหญ่ 1 ตัว และความยาวของ Password ต้องอยู่ระหว่าง 6-18 ตัว

6. กด Done

7. เข้ามาที่หน้า Log In ให้เลือกรหัสประเทศ โดยเลือกเป็น +66 Thailand

8.ใส่เบอร์มือถือ ที่ได้ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้า

9. ใส่รหัส Password ที่ได้สร้างไว้ก่อนหน้า

10. กดปุ่ม Log In

ในกรณีที่ลืมรหัสผ่าน สามารถกดที่ปุ่ม Forget Password?

11. เข้าสู่หน้าโปรแกรม Creality Cloud

12. กดปุ่ม Scan QR code ที่อยู่ด้านบน

สำหรับโทรศัพท์บางรุ่น อาจจะมีการแจ้งเตือน เพื่อขออณุญาติให้ใช้งานกล้องบนมือถือ ก็ให้กด Allow หรืออนุญาติ ตัวโปรแกรมก็จะเปิดกล้องขึ้นมาให้

13. ไปที่เครื่องปริ้น แล้วเลือกปุ่มรูปเฟือง

14. หาคำสั่ง Bind the Creality Cloud แล้วกดเลือก

15. หน้าจอจะแสดง QR code ขึ้นมาให้นำโทรศัพท์ที่ติดตั้ง App ไปสแกน Qr Code

16. ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ตัว App ก็จะโชว์รูปเครื่องที่ต้องการผูกเข้ากับบัญชี

ถ้าสแกนแล้วหาเครื่องไม่เจอ แปลว่า โทรศัพท์หรือเครื่องปริ้นไม่ได้ต่อ Wifi หรือไม่ได้อยู่ใน วง SSID เดียวกัน ให้ลองต่อ Wifi ใหม่ แล้วลองทำซ้ำอีกที

17. สามารถเปลี่ยนชื่อเครื่องได้ ในกรณีที่มีเครื่องหลายตัว การตั้งชื่อให้แตกต่าง จะช่วยให้การแยกแยะเครื่องทำได้ง่าย

18. เข้าสู่หน้าโมเดล ให้เลือกโมเดลที่อยากจะปริ้นแล้วกดเลือก

19. เมื่อเลือกโมเดลที่ต้องการได้แล้ว ให้กดปุ่ม Slice

20. ตัว App จะเข้าสู่หน้า Print ซึ่งจะบอกรายละเอียดของโมเดล เช่นรูปงาน ระยะเวลาที่ใช้ เครื่องที่ใช้ เส้นที่ใช้ เมื่อตรวจเช็คแล้ว ให้กด Print

21. เลือกเครื่องที่้ต้องการส่งไฟล์ไปปริ้น

22. ตัว App ก็จะส่งไฟล์ ไปปริ้นที่เครื่อง ซึ่งจะมีหน้าต่าง Preview ที่เป็นกล้อง ที่อยู่ในเครื่อง แสดงภาพขึ้นมาให้ดู

เนื่องจากโปรแกรม อยู่ในระหว่างการพัฒนา อาจจะมีการเปลี่ยนรูปแบบ และ Interface

การใช้งาน AI Camera สำหรับตรวจสอบงานปริ้น

สำหรับเครื่อง K1C และ K1 Max จะมีกล้องที่มีความสามารถของ AI ติดมาด้วย ซึ่งจะสามารถตรวจเช็คงานที่กำลังปริ้นอยู่ได้ ถ้างานปริ้นมีปํญหา เช่น หลุด หรือ เส้นพลาสติกไม่ติดกัน ตัวกล้องก็จะตรวจจับได้ และแจ้งเตือน

ฟีเจอร์ A1 จะถูกปรับปรุงอยู่ตลอด ตามเวอร์ชั่น ของ Firmware ซึ่งตอนนี้ อาจจะยังทำงานได้ไม่เต็มที่ หรืออาจจะมีข้อผิดพลาดอยู่ ดังนั้น อย่าเพิ่งวางใจกับฟีเจอร์ A1 มากนัก เน้นให้ใช้เส้นพลาสติกที่มีคุณภาพ และรอดูจนกว่า เลเยอร์แรกจะพิมพ์เสร็จ ก่อนจะปล่อยให้เครื่องทำงาน

การตั้งค่าฟีเจอร์ Ai

1. กดปุ่มรูปเฟือง

2. เลือกคำสั่ง Ai Function

3. เปิด-ปิดการใช้งานฟีเจอร์ Ai ถ้าปิด ตัวเลือกอื่นด้านล่างก็จะถูกปิดทั้งหมด

4. เลือกความไว ของฟีเจอร์ Ai ปกติจะเป็น Normal

ข้อนี้ต้องระวัง เพราะถ้าเลือกเป็น High อาจจะทำให้การตรวจไวเกิน และมีข้อผิดพลาด ยิ่งถ้าใช้เส้นพลาสติกที่เงาๆ หรือสะท้อนแสง อาจจะทำให้เครื่องหยุดทำงานได้ เพราะคิดว่า ตรวจเจอข้อผิดพลาด

5. เปิด-ปิด ฟีเจอร์ตรวจเช็คเส้นที่ถูกพิมพ์ใน ชั้นแรก ถ้าเส้นพลาสติกไม่ติดฐาน ตัวเครื่องก็จะหยุด

6. เปิด-ปิด ฟีเจอร์ Motion Advance สำหรับเช็คการเคลื่อนที่ของหัวพิมพ์ ฟีเจอร์นี้ Support เฉพาะไฟล์ที่ส่งผ่าน App ในโทรศัพท์มือถือเท่านั้น

การดึงภาพวิดีโอ Timelapse

ตัวกล้องนอกจากจะมีฟีเจอร์ Ai แล้ว ยังสามารถที่จะบันทึกวิดีโอ Time Lapse ได้อีกด้วย ซึ่งไฟล์ วิดีโอ สามารถที่จะนำออกจากเครื่องเพื่อไปโพสท์ บน Social Media ได้ สำหรับการเอาไฟล์ออก ทำได้ทั้งผ่านเครื่องปริ้นเอง หรือจะทำผ่าน App ในโทรศัพท์มือถือ หรือจะเอาจากโปรแกรมใน Computer ก็ทำได้

สำหรับการเอาไฟล์ Video ออกจากเครื่อง จะต้องเตรียม USB Flash Drive แล้วเสียบเข้าไปที่หน้าเครื่อง จากนั้นให้ทำตามขั้นตอนนี้

1. กดปุ่มรุปเฟือง

2. เลือก Video List

3. เลือกไฟล์วิดีโอที่ต้องการนำออก

4. กด Export

ในกรณีที่ไม่ได้อยู่ที่หน้าเครื่อง และอยากได้ไฟล์วิดีโอ ก็สามารถทำได้ผ่าน App Creality Cloud ซึ่งตัวเครื่องจำเป็นต้องต่อ Internet อยู่ ถึงจะทำได้

1. เปิด App Creality Cloud

2. เลือก Account

3. เลือก Print History

4. เลือกแทบ Print History อีกทีนึง

5. เลือกไฟล์วิดีโอที่ต้องการ ตัวไฟล์วิดีโอ จะถูก Download มาเก็บไว้ในโทรศัพท์

สำหรับการเอาไฟล์วิดีโอ ผ่านโปรแกม Creality Print สามารถทำได้ตามขั้นตอนนี้ ซึ่งตัวโปรแกรมและตัวเครื่องจะต้องต่อ Wifi หรืออยู่ในวง SSID เดียวกัน

1. กดปุ่ม Device

2. เลือกเครื่องที่ต้องการ และกด Details

3. เลือกแทบ Time-Lapse Photography แล้วเลือกไฟล์วิดีโอที่ต้องการ

การ Calibration

เครื่องในรุ่น K1C และ K1 Max จะมีเซนเซอร์ที่วัดแรงกด ติดตั้งอยู่ที่ชุดหัวฉีด ซี่งมีหน้าที่ วัดฐานปริ้น เมื่อเครื่องทำการวัดได้แล้ว ก็จะมีการเก็บค่า และนำไปชดเชย ให้เองโดยอัตโนมัติ ทำให้การพิมพ์ในชั้นแรก เส้นพลาสติกจะติดแน่น และเรียบเสมอกัน

นอกจากนั้นเครื่อง K1 Max ยังมี Lidar เซนเซอร์ ซึ่งหน้าที่ของ Lidar ก็คือการใช้เลเซอร์ในการตรวจเช็คค่าต่าง ๆ เช่น ค่า K สำหรับการปรับอัตราการไหลของเส้นพลาสติกที่หัวฉีด รวมไปถึง สามารถใช้ตรวจจับ งานพิมพ์ในชั้นแรกได้ว่า พลาสติกติดที่ฐานหรือไม่ ถ้าไ่ม่ติด ตัวเครื่องก็จะหยุด ไม่ทำการพิมพ์ต่อ 

ฟีเจอร์ทั้งเซนเซอร์วัดแรงกด และ Lidar จะทำงานก็ต่อเมื่อมีการกดติ๊กถูกในช่อง Calibration 

การทำ Self Inspection

สำหรับการทำ Self Inspection จะเป็นการทำ Input Shaping และการทำ Auto Leveling สามารถเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือจะทำทั้ง 2 อย่างเลยก็ได้

Input Shaping เป็นการหาค่าแรงสั่นในการเคลื่อนที่ของหัวฉีด เวลาหัวฉีดเคลื่อนที่จะเกิดการสั่น ทำให้ผิวชิ้นงานเกิดเป็นริ้วๆ คล้ายลูกคลื่น ซึ่งการทำ Input Shaping จะช่วยลดอาการนี้ ซึ่งตัวเครื่องจะมีเซนเซอร์ที่วัดอัตราเร่ง และการเคลื่อนที่ของหัวฉีด และสร้างค่า มาชดเชย เพื่อหักล้าง อาการสั่นเหล่านั้น ช่วยให้ผิวงานที่ปริ้นออกมา เรียบดูสวยงาม

เวลาที่เครื่องกำลังหาค่า Input Shaping ห้ามเอามือไปแตะหรือจับเครื่องโดยเด็ดขาด ขั้นตอนนี้จะมีเสียงดัง เวลาที่หัวฉีดวิ่งโดยความไวสูง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

Auto Leveling เป็นการ Calibrate ฐานปริ้น เพื่อหาค่าระยะห่าง ระหว่างหัวฉีดกับฐานปริ้น เพื่อให้เส้นพลาสติกที่ฉีดออกมาติดแน่น และเรียบเป็นแผ่นเดียว ซึ่งการทำ Auto Leveling จะใช้เซนเซอร์วัดแรงกด ที่ติดตั้งอยู่ที่หัวฉีด เวลาทำงาน ตัวหัวฉีด ก็จะวัดไปทั่วแผ่น เมื่อได้ค่าต่างๆ มาแล้ว ก็จะทำการชดเชยให้เองโดยอัตโนมัติ

การทำ Self Inspection ควรทำทุกๆ 300 ชั่วโมง รวมไปถึงให้ทำเวลามีการเปลี่ยนหัวฉีด และการปรับความตึงสายพาย

การบำรุงรักษาเครื่อง

เมื่อใช้เครื่องไปเป็นระยะเวลานึงแล้ว ควรที่จะต้องมีการบำรุงรักษา โดยเฉพาะการหยอดน้ำมัน หรือการใส่จารบีขาว ลงไปตามรางเหล็ก ทุกชิ้น เพื่อหยืดอายุการใช้งานของเครื่อง 

1. แกนเหล็กยาว ที่ชุดหัวฉีดติดตั้งอยู่ เรียกแกนนี้ว่า แกน X

2. แกนแนวตั้งหรือแกน Z ที่เป็นทั้งเหล็กและเกลียว มี 3 ด้าน ซ้ายหน้า / หลังกลาง / ขวาหน้า

3. แกน Y ที่เป็นเหล็กอยู่ด้านข้างเครื่อง มี 2 ฝั่ง

เวลาใส่จารบี ให้ปิดเครื่องก่อนทุกครั้ง และ ให้เอาทิชชู่ เช็ดคราบดำๆ ที่ติดอยู่บนแกนออกให้หมดก่อน ถ้ามีเส้นใยพลาสติกติด ก็ให้เอาออกด้วย เวลาใส่จารบี ก็ให้บีบออกมาเล็กน้อย แล้วป้ายลงไปบนแกน แล้วใช้มือขยับหัวฉีดเอา ส่วนแกน Z ที่ขึ้น-ลง ก็ป้ายลงบนแกน และเกลียว ไม่ต้องเยอะ และให้เอามือลูบเพื่อให้จารบี เคลือบไปทั่วแกน 

เวลาขยับหัวฉีด ให้ขยับช้าๆ อย่าขยับเร็ว เพราะอาจจะทำให้มีกระแสไฟฟ้า ย้อนไปที่มอเตอร์หรือบอร์ด และอาจจะทำให้เครื่องเสียหายได้

Updated on 06/03/2024

Was this article helpful?

Related Articles