1. Home
  2. Knowledge Base
  3. เครื่อง Creality Ender 3 V3 Series
  4. คู่มือการใช้งานเครื่อง Ender 3 V3

คู่มือการใช้งานเครื่อง Ender 3 V3

สารบัญ

ก่อนที่จะใช้เครื่อง แนะนำให้อ่านคู่มือ เพื่อเรียนรู้ส่วนประกอบของเครื่อง รวมไปถึงการประกอบและการตั้งค่าเบื้องต้น ก่อนการใช้งาน

ข้อแนะนำในการใช้งาน

  1. ไม่ใช้เครื่องเกินขอบเขตหรือนอกเหนือจากสิ่งที่ระบุในคู่มือ เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายในการใช้งาน
  2. ไม่วางเครื่องไว้ใกล้กับวัตถุไวไฟ หรือติดไฟ แนะนำให้วางเครื่องในห้องที่มีอากาศถ่ายเท และไม่มีฝุ่น
  3. ไม่วางเครื่องบนพื้นที่ ที่มีการสั่นไหว หรือไม่มั่นคง เพราะจะทำให้คุณภาพงานที่พิมพ์ออกมาต่ำและดูไม่ดี
  4. แนะนำให้ใช้เส้นพลาสติกที่มีคุณภาพ มีขนาดที่สม่ำเสมอ เพื่อป้องกัน อาการหัวฉีดตันหรือฉีดเส้นไม่ออก
  5. ให้ใช้สายไฟที่มากับเครื่อง เพราะเป็นสายที่ทดสอบแล้ว ว่าพอดีกับกำลังไฟของเครื่อง ไม่ควรใช้สายไฟสายเล็กเพราะจะทำให้เกิดความร้อนสะสมในสายไฟ เวลาที่เครื่องทำงาน และควรเสียบปลั๊กลงในช่องที่มีการต่อสายดิน
  6. ห้ามจับหรือแตะหัวฉีดในขณะที่เครื่องกำลังทำงาน เพราะอาจจะทำให้เกิดแผลไหม้และพุพองได้
  7. หลังจากที่พิมพ์งานเสร็จ ให้ทำความสะอาดหัวฉีดทุกครั้ง ในส่วนของปลายหัวฉีดที่มีเศษพลาสติกติดอยู่ ห้ามระวังในการใช้มือสัมผัสหรือแตะที่หัวฉีด เพราะหัวฉีดยังคงร้อนอยู่ แม้ว่าเครื่องจะหยุดทำงานหรือปิดไปแล้ว
  8. ควรทำความสะอาดเครื่องเป็นประจำ โดยใช้ผ้าแห้ง ทำการเช็ดฝุ่นรอบตัวเครื่อง การทำความสะอาดเครื่อง จำเป็นต้องเปิดเครื่องก่อนทุกครั้ง

ส่วนประกอบของตัวเครื่อง

  1. ชุดหัวฉีด
  2. พัดลมเป่าชิ้นงาน
  3. ตัวแขวนเส้นพลาสติก
  4. ฐานปริ้น สามารถทำความร้อนได้
  5. หน้าจอ Touch Screen สำหรับสั่งงานเครื่อง
  6. ช่องเสียบ USB Flash Drive
  7. เซนเซอร์เช็คเส้นพลาสติก
  8. มอเตอร์แกน X-Z (ซ้าย)
  9. Limit Switch แกน X และ แกน Z
  10. แกน X ขยับหัวฉีดไปซ้าย – ขวา
  11. พัดลมเป่างานด้านหลัง สำหรับใช้ในกรณีที่ปริ้นความเร็วสูง (Aux Fax)
  12. มอเตอร์แกน X-Z (ขวา)
  13. สวิตช์ปิด – เปิด เครื่อง
  14. ปลั๊กเสียบสายไฟ

แนะนำอุปกรณ์ที่มากับเครื่อง

สำหรับเครื่อง Ender 3 V3 จะมาในรูปแบบ Kit ที่มีการประกอบมาแล้วบางส่วน ซึ่งลูกค้าที่ซื้อเครื่องไป ต้องทำการประกอบในส่วนที่เหลือ ซึ่งประกอบไม่ยาก เครื่องมือที่ใช้ในการประกอบก็จะมีไปพร้อมกับเครื่อง

  1. ฐานเครื่อง
  2. โครงเครื่องพร้อมชุดหัวฉีด
  3. หน้าจอ Touch Screen
  4. ที่แขวนเส้นพลาสติก
  5. ที่วางตัวแขวนเส้นพลาสติก
  6. ปลั๊กไฟ
  7. ตัวป้องกันเส้นพลาสติกพันกัน
  8. น็อตหัวเหลี่ยม ขนาด M4 x 8 มิล มีทั้งหมด 8 ตัว
  9. เครื่องมือประกอบเครื่อง
  10. ตัวขันหัวฉีด
  11. ท่อเทฟลอน
  12. เส้นพลาสติกสำหรับทดลองปริ้น
  13. คีมตัดเส้นพลาสติก
  14. เคเบิ้ลไทด์
  15. ตัวล็อค จุกเสียบท่อเทฟลอน
  16. หน้ากากปิดฝาชุดหัวฉีด
  17. ตัวแทงเส้นพลาสติก สำหรับล้างหัวฉีด
  18. USB Flash Drive
  19. คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
  20. ใบรับประกัน

ขั้นตอนการประกอบเครื่อง

การประกอบโครงเครื่อง

1. นำตัวแกนสำหรับวางเส้นพลาสติก ประกอบเข้ากับตัวแขวนเส้นที่ยึดกับเครื่อง

    2. นำตัวแขวนเส้นพลาสติก ยึดติดเข้ากับโครงเครื่อง โดยใช้วิธีการ สไลด์และกดให้ลงตรงตามตำแหน่งในภาพ

    การประกอบโครงเครื่องเข้ากับฐานเครื่อง

    1. ให้ทำการเช็คดูว่า ตัวจ่ายไฟ ได้ปรับโหมดอยู่ในโหมดไฟ 220 โวลท์หรือไม่ 

    ซึ่งเครื่องที่ซื้อ จะทำการปรับตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องปรับ แต่ให้เช็คให้ชัวร์

    2. ให้ทำการวางโครงเครื่องเข้ากับฐาน และให้ยึดโครงเครื่องกับฐานเข้าด้วยกัน ด้วยน็อต M4 x 8 ทั้งด้านข้างและด้านล่าง ข้างละ 4 ตัว เวลาขันแนะนำให้ ขันแบบหลวมๆไปก่อน แค่ยึดให้แกนไม่หลุดจากฐาน และขันให้ครบทั้ง 2 ข้าง เมื่อแน่ใจแล้วว่า น็อตทุกตัวอยู่ในตำแหน่งแล้ว จึงค่อยทำการขันให้แน่นทั้งหมด

    ทำการติดตั้งหน้าจอ Touch Screen

    1. ทำการเชื่อมต่อหน้าจอ ด้วยสายแพ โดยให้เสียบสายแพ ที่โผล่ออกมาจากฐานเครื่อง เข้ากับหน้าจอ Touch Screen

    2. ทำการติดตั้งหน้าจอเข้ากับฐานเครื่อง โดยให้ดันหน้าจอ Touch Screen เข้าไปในร่อง แล้วกดหน้าจอลงเบาๆ เพื่อล็อคหน้าจอให้อยู่ในตำแหน่ง

    ข้อควรระวัง: ห้ามเปิดเครื่อง ระหว่างการเสียบหรือถอดสายที่หน้าจอ เพราะอาจจะทำให้หน้าจอช็อต และเสียหายได้ ซึ่งจะไม่ได้อยู่ในการรับประกัน

    การเชื่อมต่อชุดสายไฟต่างๆ

    ต้วสายไฟจะมาพร้อมกับ Connector ทีสามารถเสียบเช้าช่อง ตามตำแหน่งตามรูปได้เลย

    1. ต่อชุด Connector ของชุดเซนเซอร์ตรวจจับเส้นพลาสติก เข้ากับกล่องที่ติดอยู่บนแกน X

    2. ทำการรัดชุดสายไฟ ที่ชุดหัวฉีด Extruder ให้เข้าที่ ด้วยสายเคเบิ้ลไทด์ (Cable Tie) รัดเสร็จแล้วให้ทำการปิดฝาครอบตามรูปหัวข้อ C

    3. ทำการเชื่อม Connector ของมอเตอร์ X-Z ด้านซ้าย

    4. ทำการเชื่อม Connector ของมอเตอร์ X-Z ด้านขวา

    5. ทำการเชื่อม Connector ของ Limit Switch

    6. เสียบสายไฟเข้ากับปลั๊ก

    การเปิดเครื่องและแนะนำหน้าต่างการใช้งาน

    เปิดและตั้งค่าเครื่องครั้งแรก

    หลังจากประกอบและติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงสาย Connector ต่อไปก็จะเป็นการตั้งค่าเครื่องครั้งแรก

    1. เลือกภาษา ตรงนี้ให้เลือกเป็น English หรือภาษาอังกฤษ (ตอนนี้ย้งไม่รองรับภาษาไทย)

    2. ให้กดเครื่องหมายถูก เพื่อยอมรับข้อตกลงในการใช้เครื่อง แล้วกดปุ่ม Next

    3. ทำการเชื่อมต่อ Wifi ผ่าน Network ที่ต้องการ ซึ่งจะทำเหมือนกับการเลือก Wifi ในมือถือ ถ้ายังไม่ต้องการต่อ Wifi สามารถที่จะกดปุ่ม Skip ด้านขวาบน เพื่อข้ามขั้นตอนนี้ไปก่อนได้

    4. ทำการเลือก Time Zone เพื่อตั้งเวลาให้กับเครื่อง ตรงนี้ให้เลือกเป็นโซนประเทศไทย ที่เป็น +7

    5. ทำการเลือก Server สำหรับการเชื่อมต่อกับ Creality Cloud ที่เอาไว้สำหรับ Remote มาที่เครื่องผ่าน App ในมือถือ ตรงนี้ให้เลือกเป็น International แล้วกด Next

    6. ตัวเครื่องจะเข้าสู่โหมด Self Check เพื่อทดสอบ การเคลื่อนที่ รวมไปถึงเซนเซอร์และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเครื่องประกอบถูก และพร้อมใช้งา ตรงนี้ให้กด Start Detecting

    7. ตัวเครื่องจะทำการเทสระบบต่างๆ ตามลำดับขั้นตอน รวมไปถึงการทำ Calibration วัดฐานพิมพ์ ซึ่งถ้ามีการต่อสายผิด หรือประกอบเครื่องไม่ถูก ก็จะมีการฟ้องเตือนในขั้นตอนนี้

    8. ถ้าประกอบเครื่องถูกต้อง ตัวระบบ Self Test ก็จะผ่าน โดยแสดงผล Selt-Check Completed ให้กดปุ่ม Ok เพื่อ

    ในกรณีที่ Self Check ไม่ผ่าน ตัวเครื่องจะแสดง QR Code เพื่อแจ้ง ข้อผิดพลาดและวิธีการแก้ไข โดยใช้กล้องมือถือ Scan QR Code เพื่อเข้าไปดูวิธีการแก้ไขปัญหา 

    อธิบายคำสั่งและการตั้งค่าในหน้าจอ Touch Screen

    ตัวหน้าจอ จะเป็นแบบ Touch Screen ซึ่งจะมีการแบ่งเป็น Menu เพื่อแสดงผล ในแต่ละแบบ 

    แทบหน้า Home 

    ในหน้านี้จะแสดงความร้อนของหัวฉีดและฐานปริ้น ออกมาเป็นกราฟ รวมไปถึงด้านมุมขวาบน จะมีรูปไอคอน ที่แสดงสถานะการเชื่อมต่อ และกล้อง สำหรับกด้านขวา ที่มีตัวเลขแสดงอยู่ ซี่งบรรทัดแรก จะเป็นอุณหภูมิความร้อนของหัวฉีด ในเวลาปัจจุบัน ส่วนบรรทัดที่ 2 จะเป็นอุณหภูมิความร้อนของฐานพิมพ์ ซึ่งสามารถแก้ไข เพื่อเพิ่มหรือลดความร้อนได้ โดยการกดไปที่ตัวเลขแสดงอุณหภูมิ ตัวหน้าจะมีหน้าต่าง ขึ้นมา สำหรับให้ใส่ค่าความร้อนที่ต้องการ เมื่อใส่เสร็จก็ให้กดปุ่ม OK ตัวเครื่องก็จะทำความร้อน ไปตามที่ได้ใส่ตัวเลขเอาไว้

    แทบหน้า Prepare

    ในหน้านี้จะเป็นหน้าสำหรับการสั่งขยับหัวฉีดและฐานพิมพ์ รวมมไปถึงการโหลดเส้นพลาสติก เข้าและออก ซึ่งเมื่อกดเข้ามาในหน้านี้ จะมีแทบเมนูด้านบนให้เลือก

    แทบย่อยแรก Movement / Temp สำหรับการสั่งขยับหัวฉีดและฐานพิมพ์ การตั้งค่าความร้อนหัวฉีด /  ฐานปริ้น และการปรับความเร็วในการปริ้น รวมไปถึงการเปิด-ปิด พัดลมเป่างาน

    แทบย่อยสอง Extrude / Retract สำหรับการโหลดเส้นพลาสติก เข้าและออก ถ้าเลือก​ Extrude จะเป็นการโหลดเส้นเข้า ในทางกลับกัน ถ้าเลือก Retract จะเป็นการดึงเส้นออกจากหัวฉีด เพื่อทำการเปลี่ยนหรือเก็บเส้นพลาสติก

    สำหรับการโหลดเส้นเข้าและออก ทางร้านแนะนำให้ตั้งค่าความร้อนไว้ที่ 250 องศา ไม่ว่าจะใช้เส้นพลาสติกชนิดไหนก็ตาม 

    แทบย่อยสาม Cooling สำหรับการเพิ่มและลดความแรง ของพัดลมเป่างาน ซึ่งตัวเครื่องจะมีพัดลมอยู่ 2 ตำแหน่ง Auxiliary Cooling คือพัดลมที่อยู่ด้านหลัง ส่วน Model Cooling จะเป็นพัดลมที่อยู่ด้านหน้า สำหรับพัดลมเป่างาน จะทำงานแบบอัตโนมัติ ตามเส้นที่เลือกในโปรแกรม Slicer ในส่วนของการปรับค่าในหน้านี้ จะเป็นการเพิ่มช่วง ความแรง และเบา ให้อยู่ในช่วง % ที่กำหนด

    แทบหน้า Print Preview

    เป็นหน้าสำหรับเลือกไฟล์ที่ต้องการจะปริ้น ซึ่งไฟล์ปริ้นสามารถเลือกได้ว่า จะปริ้นไฟล์ที่อยู่ในเครื่อง ที่อยู่ในแทบ Local หรือจะปริ้นไฟล์ที่อยู่ใน USB Flash Drive สำหรับไฟล์ที่อยู่ในเครื่องจะเป็นไฟล์ตัวอย่างจากโรงงาน และไฟล์ที่มาจากการส่งผ่าน Wifi จากโปรแกรม Creality Print หรือ App Creality Cloud ในมือถือ ก็จะอยู่ในแทบ Local ในแทบย่อย History จะเป็นการบอกว่า งานที่เคยปริ้นมามีตัวไหนบ้าง ซึ่งสามารถดูวันและเวลา รวมไปถึงเวลาที่ใช้ปริ้น

    เมื่อมีการกดเลือกไฟล์ที่ปริ้น ตัวหน้าต่าง Print Preview ก็จะแสดงผลเป็นอีกแบบ เรียกว่า Print Interface เมื่อกดเลือกไฟล์ ก็จะมีรายละเอียดของไฟล์แสดงขึ้นมา ซึ่งจะบอก เส้นพลาสติกที่จะใช้ / ความร้อนฐานพิมพ์ / ความร้อนหัวฉีด / ระยะเวลาในการพิมพ์ / ระยะเวลาในการ Calibrate เครื่อง รวมไปถึงมีปุ่ม Check Box ที่สามารถเลือกได้ว่า จะให้เครื่องทำการ วัดระดับฐานก่อนพิมพ์ หรือไม่ ถ้าไม่เลือก ก็จะตัดเวลาในการ Calibrate เครื่องออกไป เมื่อกดปุ่ม Print ตัวเครื่องก็โขว์รูปงานที่ปริ้น รวมไปถึงแถบแสดง % และเวลาทั้งหมด และเวลาที่เหลือ ในการปริ้นชิ้นงาน

    ระหว่างที่เครื่องกำลังปริ้นอยู่ ผู้ใช้สามารถที่จะปรับความร้อนหัวฉีด / ฐานปริ้น / ความแรงพัดลม รวมไปถึงสั่งหยุดชั่วคราว และยกเลิกการพิมพ์ได้ ผ่านหน้าต่างนี้ สำหรับรูปที่แสดง อาจจะไม่ขึ้น ซึ่งจะขึ้นอยู่กับโปรแกรม Slicer ที่ใช้ในการทำไฟล์

    แทบหน้า Set

    สำหรับหน้า Set จะเป็นหน้าสำหรับการตั้งค่าเครื่อง รวมไปถึงการทำ Self Check และ การ Binding บัญชี Crealtiy Cloud เข้ากับตัวเครื่อง รวมไปถึงการเชื่อมต่อ Wifi

    Screen Brightness สำหรับปรับ เพิ่ม ลด ความสว่างของหน้าจอ Touch Screen

    Screen Off ตั้งเวลาให้พักหน้าจอ

    Language selection ตั้งภาษาที่จะใช้แสดงผลที่หน้าจอ

    Self Check สำหรับการเทสระบบ และการ Calibrate เครื่อง

    Update Reminder ถ้าเปิดไว้ และเครื่องเชื่อมต่อกับ Internet เวลามี firmware ตัวใหม่มา ตัวเครื่องจะเตือนให้ Update

    Time Zone Setting สำหรับการตั้งค่าเวลา ในเมืองไทยให้เลือกเป็น +7

    Bind to Crealtiy Cloud ใช้สำหรับผูกเครื่องเข้ากับบัญชี Creality Cloud เพื่อสั่งเครื่องผ่านระบบ Online รวมไปถึง Remote เข้ามาดูกล้องในเครื่อง

    Export Log ใช้ในกรณีที่เครื่องมีปัญหา และทางโรงงานต้องการข้อมูลของเครื่อง ตัว Log File จะเอาออกมาได้ ต้องมีการเสียบ USB Drive เข้าไปที่เครื่อง

    Version Checking สำหรับตรวจเช็ค Firmware ของเครื่องที่ใช้อยู่ปัจจุบัน

    Expert Mode เข้าสู่หน้าต่างการตั้งค่าแบบผู้เชี่ยวชาญ เช่นการปร้บค่า Z-Offset ของหัวฉีดและฐานปริ้น

    About แสดงข้อมูลของเครื่องรวมไปถึง ค่า Mac Address สำหรับการเชื่อมต่อ ระบบ Network ที่ต้องมีการลงทะเบียน

    สำหรับการเปลี่ยนวง Wifi สามารถทำได้ผ่านแทบหน้า Set โดยเลือกแทบย่อยด้านบน ในส่วน Network

    เริ่มปริ้นงานชิ้นแรก

    การใส้เส้นพลาสติก Filament Loading

    ก่อนที่จะทำการปริ้น ก็ต้องใส่เส้นพลาสติกเข้าไปที่เครื่องก่อน ซึ่งทางร้านแนะนำให้เริ่มจากเส้นพลาสติก PLA ที่ปริ้นง่ายสุด และปริ้นงานออกมาได้สวยที่สุด สำหรับการใส่เส้นพลาสติก จะต้องทำการอุ่นหัวฉีดให้ร้อนก่อน ซึ่งวิธีกการใส่เส้นสามารถทำตามได้จากวิธีการด้านล้าง ตามรูปภาพ

    การใส่เส้นพลาสติกแบบ Manual

    1. ที่หน้าจอ Home ให้กดเลือกความร้อนหัวฉีดที่อยู่บรรทัดแรก แล้วใส่ตัวเลข 250 แล้วกดปุ่ม OK

    2. ระหว่างรอความร้อนให้ถึง 250 องศา ให้ใช้คีม ที่ไปกับเครื่องตัดปลายเส้นพลาสติก ให้แหลมประมาณ 45 องศา ยิ่งแหลม ยิ่งใส่เส้นง่าย

    3. นำม้วนเส้นไปแขวนไว้ที่ใส่เส้นพลาสติก เวลาใส่เส้นพลาสติกให้ใส่ตามแนวโค้งที่สามารถใส่เส้นเข้าไปในท่อ ได้สะดวก 

    4. เวลาใส่เส้น ตัวเส้นจะลอดผ่าน เซนเซอร์ตรวจจับเส้นพลาสติก ซึ่งถ้าตัดเส้นไม่แหลมพอ ก็จะใส่ผ่านช่องนี้ยาก เมื่อเส้นพลาสติกผ่านช่องนี้ไปแล้ว ให้ดันเส้นไปเรื่อย จนถึงหัวชุดหัวฉีด

    5. ที่หัวฉีดให้ทำการถอดท่อเทฟลอนสีขาวออกก่อน โดยกดขอบท่อสีขาว แล้วดึงท่อออก ถ้าไม่กด จะดึงท่อไม่ออก

    6. ทำการดันตัวล็อคเส้น ให้อยู่ตำแหน่งปลดล็อค เพื่อที่จะได้สอดเส้นพลาสติก ลงไปถึงหัวฉีด เมื่อใส่เส้นเข้าไปแล้ว ให้ดันจนกว่าเส้นจะออกที่ปลายหัว เมื่อเส้นออกมาแล้ว ให้ทำการดันตัวล็อคเส้น กลับเข้าตำแหน่งล็อค แล้วนำท่อสีขาว ใส่กลับที่เดิม

    สำหรับอุณหภูมิที่ให้ตั้ง จะไม่ใช้อุณหภูมิที่ใช้ปริ้นจริงๆ จะเป็นแค่อุณหภูมิความร้อนสำหรับการใส่เส้นเข้าและออก ตัวอุณหภูมิที่ใช้จริง จะเปลี่ยนเองอัตโนมัติ ตามไฟล์ที่ทำมาจากโปรแกรม Slicer ซึ่งความร้อนที่ให้ตั้ง 250 เป้นความร้อนทีสามารถใส่เส้นพลาสติก ได้ทุกชนิด

    การใส่เส้นพลาสติกแบบ Auto Extrude

    สำหรับการใส่แบบ Auto ตัวเครื่องจะทำสั่งให้มอเตอร์ดันเส้น ทำการหมุน และดันเส้นลงไปที่หัวฉีดให้อัตโนมัติ ซึ่งจะมาวิธีการตามนี้

    1. ให้ตัดเส้นไปปลายแหลมแล้วใส่เส้นพลาสติกเข้าไปในท่อแล้วดันเส้นเข้าไปตามท่อ ดันเส้นให้สุด

    2. ตั้งความร้อนของหัวฉีด แนะนำให้ตั้งไว้ที่ 250 องศา ค่าความร้อนสามารถใช้ได้กับเส้นพลาสติก เกือบทุกประเภท

    3. กดปุ่ม Extrude เพื่อให้เครื่องเริ่มกระบวนการโหลดเส้นเข้าไปที่หัวฉีด เมื่อหน้าจอแสงถึงขั้นตอนที่ 3 หรือ Finish จะต้องเห็นเส้นโผล่ออกมาที่ปลายหัวฉีด ถ้าเส้นไม่โผล่ออกมา ให้กดปุ่ม Extrude อีกครั้ง

    การปริ้นงานผ่าน LAN หรือระบบ Wifi

    สำหรับการส่งไฟล์ไปปริ้นที่เครื่อง สามารถทำได้ โดยส่งไฟล์ผ่านระบบ Wifi แบบไร้สาย ซึ่งจะต้องทำการเชื่อมต่อเครื่องเข้ากับระบบ Network ก่อน วิธีการเชื่อมต่อ จะคล้ายๆกับ การเชื่อมต่อมือถือ Smart Phone เข้ากับ Wifi เวลาส่งไฟล์จำเป็นต้องส่งผ่านโปรแกรม Slicer ของ Crealtiy ซึ่งตัวโปรแกรม มีชื่อเรียกว่า Crealtiy Print สามารถเข้าไป Download ได้ ซึ่งตอนนี้ มี 2 เวอร์ชั่น แนะนำให้ใช้เวอร์ชั่น V4 ก่อน เพราะ V5 ยังเป็น Beta ซึ่งยังมี Bug อยู่ ตัวโปรแกรมมีให้เลือกโหลดใช้ทั้ง Window และ MAC OSX

    1. เลือก Crealily Print (FDM Slicer)

      2. เลือกเวอร์ชั่นที่ขึ้นต้นด้วย V4 นำหน้า

      สำหรับ V5 ทางร้านกำลังทำคู่มือภาษาไทย ซึ่งเวอร์ชั้น จะรองรับการปริ้นหลายสี สำหรับเครื่องรุ่นใหม่ๆ ของทาง Crealtiy รวมไปถึงการปรับแต่งค่าต่างๆ ที่จะทำได้เยอะกว่าตัว V4 

      สำหรับการสร้างไฟล์ที่จะใช้ปริ้นกับเครื่อง 3D Printer ไม่ว่าจะยี่ห้อไหนก็ตาม จะมีหลักการคล้ายๆกัน ถ้าใครไม่เคยใช้ แนะนำให้อ่านบทความ 8 ขั้นตอนที่ถูกต้องในการใช้งาน เครื่องปริ้น 3D Printer 

      หลังจากที่ลงโปรแกรมเสร็จแล้ว เมื่อโหลดโปรแกรมขี้นมาใช้งานครั้งแรก ให้ทำตามขั้นตอนนี้ 

      1. ทำการเลือกภาษาและ Server ให้เลือกเป็น English และ International (สำหรับเวอร์ชั่นใหม่ อาจจะไม่มีขั้นตอนนี้ให้เลือก จะเริ่มเป็นชั้นตอนที่ 2)

      2. เลือก Printer ที่จะใช้ ต้องเลือกให้ถูกรุ่น เพราะแต่ละรุ่น พื้นที่การทำงาน ต่างกัน รวมไปถึงฟีเจอร์การวัดฐานก็ต่างกัน

      3. เลือกขนาดรูหัวฉีด ซึ่งเครื่อง Creality ทุกรุ่น จะมาพร้อมกับหัวฉีดขนาดรู 0.4 มิลลิเมตร ที่เป็นมาตรฐาน

      4. ทำการเลือกไฟล์โมเดลที่สร้างขึ้นหรือโหลดมา ไฟล์ที่โหลดเข้ามาจะเป็นนามสกุล STL / OBJ / 3MF (ไฟล์ตัวอย่างรูปแมว สามารถเอาได้ใน USB Drive ที่แถมไปกับเครื่อง)

      5. ทำการเลือกเส้นพลาสติกที่ใส่อยู่ในเครื่อง ต้องเลือกให้ตรงกับเส้นที่ใส่ เพราะเส้นพลาสติกแต่ละชนิด จะใช้ความร้อนแตกต่างกัน ถ้าเลือกผิดกับที่ใส่ อาจจะทำให้หัวฉีนตันได้

      6. เลือก Profile หรือความละเอียดในการปริ้น ซึ่ง Profile นี้จะเป็นแบบมาตรฐานที่โปรแกรมกำหนดค่าไว้ให้ ทั้งความละเอียด และความแข็งแรง เมื่อเลือกเสร็จให้กดปุ่ม Slice

      7. หลังจากกดปุ่ม Slice โปรแกรมจะทำการคำนวนทางเดินของหัวพิมพ์ให้ แล้วเปลี่ยนจากหน้า Prepare เป็นหน้า Preview เพื่อแสดงทางเดินของหัวพิมพ์ ให้กดปุ่ม LAN Printing

      8. หน้านี้จะแสดง เครื่องที่มีการเชื่อมต่อผ่าน Wifi ซึ่งถ้าไม่มีเครื่องแสดงขึ้นมาให้กดปุ่ม Add Equipment แล้วกดเลือก Scan Add หรือ Manaul Add

      9. ทำการเลือกเครื่องที่แสดงขึ้นมา ถ้าไม่มีเครื่อแสดง ให้กด Manaul Add แล้วใส่เลข IP address ที่อยู่ในเครื่อง

      10. เมื่อเลือกเครื่องได้แล้ว ให้กด Upload ไฟล์ เพื่อส่งไฟล์ไปปริ้น 

      สำหรับโปรแกรม Slicer ที่ใช้กับเครื่องแนะนำเป็นโปรแกรม Creality Print ซึ่งตอนนี้มี 2 เวอร์ชั่น สามารถเข้าไปศึกษาการใช้งานโปรแกรมได้

      1. การใช้งานโปรแกรม Creality Print V.4

          2. การใช้งานโปรแกรม Creality Print V.5

          ตัวโปรแกรม Creality Print V.5 ยังเป็น Version Beta อยู่ รองรับการปริ้นหลายสี แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องการแสดงผล รูปที่หน้าจอ

          การปริ้นผ่าน USB Flash Drive

          ตัวเครื่อง Ender 3 V3 จะมีช่องสำหรับเสียบ USB Drive ซึ่งผู้ใช้ สามารถที่จะ save ไฟล์ ลงบน USB Drive แล้วนำมาเสียบที่เครื่องโดยตรง และเลือกไฟล์เพื่อปริ้นได้ สำหรับการเลือกไฟล์ใน USB เพื่อมาปริ้นสามารถทำตามได้ตามรุปภาพ

          1. เสียบ USB Drive เข้าไปด้านช้างเครื่อง

          2. เลือกแทบย่อย USB Drive แล้วเลือกไฟล์ที่ต้องการจะปริ้น

          3. กดปุ่ม Print

          สำหรับการบันทึกไฟล์ลงใน USB จะต้องบันทึกลงใน Root Directory ไม่สามารถบันทึกลงโฟลเดอร์ได้ และการตั้งชื่อไฟล์ จะต้องเป็นภาษาอังกฤษ และตัวเลขอารบิค เท่านั้น

          การเอางานออกจากแผ่นปริ้น

          ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับแผ่นฐานเหล็กที่บิดงอได้ และเคลือบด้วยสารพิเศษ ที่ช่วยให้เส้นพลาติกเกาะติดกับฐาน ซึ่งฐานตัวนี้ จะไม่ได้อยู่ในประกัน เพราะใช้ไปเรื่อยๆ อาจจะมีมีรอยขีดข่วน ซึ่งการใช้งานแผ่นฐานปริ้น สามารถดูได้ตามภาพ

          1. ก่อนที่จะเอาขิ้นงานออก ควรจะรอให้ฐานเย็นเสียก่อน เพราะถ้าเอาออกตอนฐานร้อน นอกจากจะทำให้ชิ้นงานบิดเบี้ยวแล้ว อาจจะทำให้แผ่นฐานไม่กลับคืนรูปเดิม และจะทำให้การวัดฐานปริ้น ผิดเพี้ยนไป เวลาเอางานออก ให้บิดฐานขึ้นและลง สลับกันไปมา จนกว่า ชิ้นงานจะหลุดออก

          2. ถ้ามีเศษพลาสคิกติดที่ฐานปริ้น  ให้ใช้มือดึงออก แต่ถ้าดึงไม่ออก ให้ใช้เกรียง ทำการดันและลอกเศษพลาสติกที่ติดที่ฐาน

          3. หลังจากนั้น ให้ทำความสะอาดฐานพิมพ์ด้วยน้ำ และเช็ดให้แห้ง หลังจากเช็ดแล้ว ให้เอาแอลกฮอล์เช็ดฐานอีกที่ เพื่อล้างคราบน้ำมันจากนิ้วมือ หลังจากนั้นให้ทากาว ลงบนฐาน การทากาว จะช่วยให้ชิ้นงานติด ไม่หลุดระหว่างปริ้น รวมไปถึงช่วยป้องกันไม่ให้พลาสติกติดแน่นที่ฐานเกินไป จนเอาไม่ออก ซึ่งกาวที่ใช้แนะนำเป็น กาวยี่ห้อ Magigoo ซึ่งเป็นกาวสำหรับใช้กับเครื่องพิมพ์ 3D Printer โดยเฉพาะ

          การเอาเส้นพลาสติกออกจากเครื่อง (Unload)

          หลังจากปริ้นเสร็จ ถ้าไม่ใช้ต่อ แนะนำให้เอาเส้นออก แล้วเก็บใส่ถุงซิป พร้อมกับ ซิลิกาเจล เพื่อใช้ดูดความชื้น ซึ่งเส้นพลาสติก ถ้าปล่อยไว้ด้านนอกนานๆ จะเสื่อมสภาพเพราะความชื้น สามารถรู้ได้ จากงานที่ปริ้น ถ้าเส้นชื้น ตัวงานจะมีใยพลาสติกพาดไปมา เยอะมากๆ แล้วไปถึงชิ้นงานจะมีความเปราะ เส้นเกาะกันไม่แน่น สามารถบีบ และแตกได้ ส่วนตัวเส้น ก็จะมีความเปราะ เวลาใส่หรือจับเส้น เส้นอาจจะหักคามือ ซึ่งถ้าเอาไปใช้ ก็จะทำให้เส้นหักในเครื่อง และทำให้หัวฉีดตัน สำหรับการเอาเส้นพลาสติกออก สามารถทำได้ตามขั้นตอนนี้

          1. เข้าแทบเมนูย่อย Extrude / Retract แล้วตั้งความร้อนไว้ที่ 250 องศา และกดปุ่ม Retract

          2. เมื่อความร้อนถึงแล้ว ตัวเครื่องจะทำการดันเส้นออกมาที่ปลายหัวฉีดก่อน เพื่อละลายเส้น เสร็จแล้วก็จะหมุนกลับ เพื่อดึงเส้นออกจากหัวฉีด ตรงนี้ตัวเครื่องจะทำให้แบบอัตโนมัติ

          3. เมื่อมาถึงขั้นตอนที่ 4 หรือ Finish ให้ดึงเส้นออกจากท่อได้เลย

          ทางร้านไม่แนะนำให้ดึงเส้นออกจากหัวเอง เพราะอาจจะทำให้เส้นพลาสติกติดด้านใน ให้ใช้วิธี Auto Retract ด้านบน แทนการเอาเส้นพลาสติกออกเอง 

          การดูแลและรักษาเครื่อง

          สำหรับการดูแลและบำรุงรักษาเครื่อง ส่วนใหญ่จะเป้นการใส่สารหล่อลื่น ตามจุดที่เป็นแกนเหล็ก หรือจุดที่มีการขยับ เวลาใส่ ต้องทำความสะอาด โดยเอาทิชชูเช็ดเอาคราบดำ ที่ติดอยู่ออกก่อน แล้วค่อยทาอันใหม่เข้าไป ซึ่งถ้าใช้จารบี แนะนำเป็นจารบีเนื้อสีขาว ที่มีส่วนผสมเทฟลอน ซึ่งจะมีแถมไปกับเครื่อง ถ้าหมด ก็สามารถหาซื้อได้ที่ Homepro ส่วน ซึ่งตำแหน่งที่ใส่ สามารถดูได้ตามภาพด้านล่าง

          แผงวงจร การต่ออุปกรณ์

          1. ช่องต่อตัวเช็คเส้นพลาสติก
          2. ช่องต่อสาย RGB สำหรับหน้าจอ Touch Screen
          3. NC
          4. ช่องเสียบสาย USB Flash Drive
          5. ช่องเสียบเซนเซอร์ AI Lidar
          6. ช่องเสียบสายสื่อสาร ระหว่างบอร์ดกับฐานพิมพ์
          7. ช่องเสียบสายสื่อสาร ระหว่างบอร์ดกับชุดหัวฉีด
          8. ช่องเสียบสายมอเตอร์แกน Z
          9. ช่องเสียบสายมอเตอร์แกน Y
          10. ช่องเสียบสายมอเตอร์แกน X
          11. NC
          12. ข่องเสียบ End Stop สำหรับลิมิตสวิตช์แกน Z
          13. ข่องเสียบ End Stop สำหรับลิมิตสวิตช์แกน X
          14. พัดลม
          15. พัดลม
          16. พัดลม Shell Fan
          17. ช่องเสียบสายวัดความร้อนที่ฐานพิมพ์
          18. พัดลม
          19. Heating (NC)
          20. ฮีทเตอร์ฐานปริ้น (BED)
          21. ช่องเสียบสายไฟ 24 VDC
          Updated on 31/05/2024
          Was this article helpful?